ป.ป.ช.เผยทุจริตเกิดได้ทุกที่ ถ้าประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี เชื่อจะลดลง แนะป้องกันทุจริตทำได้อย่าพยายามให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผูกขาดอำนาจ
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดอภิปรายเรื่อง "องค์ความรู้ทางนิติศาสตร์กับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ให้เครือข่ายและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้นำองค์ความรู้ทางนิติเศรษฐศาสตร์ไปปรับใช้ในการทำงานในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เกิดประสิทธิภาพ
นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการบริหารจัดการศูนย์นิติเศรษฐศาสตร์ กล่าวเปิดงานว่า การจัดให้มีการอภิปรายที่เกี่ยวกับนิติเศรษฐศาสตร์กับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ถือว่าเป็นแนวคิดที่สำคัญทางด้านการทุจริต เพราะขณะนี้มีหลายเรื่องที่ล้าหลัง ซ้ำซ้อนและยาก จึงจำเป็นต้องขับเคลื่อนเทคนิคในองค์ความรู้ด้านนิติเศรษฐศาสตร์กับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อให้ผู้ที่ใช้กฎหมายได้มีมุมมองและองค์ความรู้ก่อนที่จะนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ นายเมธี ครองแก้ว อดีตคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการบริหารจัดการศูนย์นิติเศรษฐศาสตร์ กล่าวบรรยายในหัวข้อ "มุมมองทางนิติศาสตร์กับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต" ตอนหนึ่งว่า การทุจริตเกิดได้ทุกที่ทุกแห่ง แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ การทุจริตทางการเมือง การทุจริตโดยเจ้าหน้าที่รัฐ และการทุจริตของเจ้าหน้าที่ระดับล่าง หากเมื่อใดเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการเพื่อทำให้ประโยชน์ของรัฐมาเป็นประโยชน์ของตัวเอง การทุจริตย่อมเกิดขึ้นแน่นอน โดยสาเหตุและปัจจัยที่ส่งผลต่อการทุจริตเกิดขึ้นจากรายได้ การกระจายรายได้ งบประมาณของรัฐ การจัดเก็บภาษีโดยรัฐและการกระจายอำนาจ ทั้งนี้ จึงมองว่าถ้าทุกคนอยู่ในฐานะที่มีความเป็นอยู่ที่ดีการทุจริตก็จะลดน้อยลง
นายเมธี กล่าวว่า การป้องกันการทุจริตสามารถทำได้ โดยอย่าพยายามให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผูกขาดอำนาจ ยิ่งให้โอกาสมากเท่าใดการทุจริตยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น ยกตัวอย่างโครงการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งตาม พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ... วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งไม่มีใครบอกว่าไม่ดี เพราะเป็นการสร้างและพัฒนาโครงสร้างที่สำคัญของประเทศ แต่รู้สึกเป็นกังวลที่จะนำเงินจำนวน 2-4 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท มาเป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมการก่อสร้าง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้หลักการนี้ เพราะเป็นการเสี่ยงที่จะรั่วไหลระหว่างการดำเนินการ ดังนั้น จะจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายโดยส่งให้ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติเพื่อที่จะส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเสนอ ครม.พิจารณาอย่างไร เพราะขณะนี้รัฐบาลได้ประกาศยุบสภาไปแล้ว





