เพื่อไทยร้องดีเอสไอสอบ"สุเทพ"ผิดม.112ก้าวล่วงพระราชอำนาจ "ธาริต"เผยมีลิสต์ 20 รายชื่อส่อเป็นท่อน้ำเลี้ยงม
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพิชิต ชื่นบาน อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก ที่ร่วมกันกระทำการก้าวล่วงพระราชอำนาจ โดยปลุกระดมมวลชนล้มล้างรัฐบาล เพื่อให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองด้วยการทำผิดกฏหมาย ฝ่าฝืน รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ต้องใช้อำนาจทางอ้อม การกระทำของนายสุเทพทั้งการอ่านแถลงการณ์ของกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) หลายฉบับ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ภายในราชอาณาจักรกระทบระบบเศรษฐกิจ สังคม ประเทศชาติ และขัดต่อความสงบเรียบร้อย ไม่มีในระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ผิดหลักนิติรัฐและหลักกฏหมาย เช่น การให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติราชการ การเรียกข้าราชการไปรายงานตัว ไม่ฟังคำสั่งรัฐบาลรวมถึงการจะให้ตั้งสภาประชาชนที่ไม่มีรัฐธรรมนูญรองรับ และการจะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเอง ถือเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจ มีความผิดตามมาตรา 112 ซึ่งถือผ่านมามีการกระทำผิดต่อเนื่อง และซ้ำซาก
ด้านนายธาริต กล่าวว่า กรณีร้องทุกข์นายสุเทพมีหลายเรื่องเบื้องต้นจะมอบหมายให้พ.ต.ท.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ไปดำเนินการ และช่วงบ่ายวันนี้(11 ธ.ค.) พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอจะเดินทางไปหารือกับตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)ซึ่งรับผิดชอบคดีนายสุเทพและพวก โดยล่าสุดทราบว่าบช.น. สอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับนายสุเทพประมาณ 40 คดี ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้หารือกับพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานกคพ. และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แล้วว่าจะเสนอคดีความผิดของนายสุเทพทั้งข้อหากบฎ ล่วงละเมิดพระราชอำนาจ และคดีอื่นที่เกี่ยวเนื่องจากการชุมนุมเข้าที่ประชุมกคพ.เพื่อยกระดับเป็นคดีพิเศษ ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 17 ธ.ค. นี้ โดยเฉพาะคดีตามความผิดมาตรา 112 ซึ่งปกติจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง แต่ครั้งนี้พฤติกรรมเข้าข่ายล่วงละเมิดพระราชอำนาจซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่าการหมิ่นประมาท
นายธาริต กล่าว้วยว่า มาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ ระบุไว้ชัดเจนว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรง เป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญนี้ แต่นายสุเทพพูดไม่ครบบอกเพียงอำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย ถึงเวลาที่ต้องยึดอำนาจคืนมา ดังนั้น จึงชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ก้าวล่วงพระราชอำนาจชัดเจน ตนขอยืนยันว่าดีเอสไอได้ดำเนินการติดตามการชุมนุมโดยตลอด มีการถอดเทปปราศรัยทุกวัน ซึ่งพบว่าพฤติการณ์ทั้งหมดสอดคล้องกับที่พรรคเพื่อไทยเข้าร้องทุกข์ให้ดีเอสไอตรวจสอบ
นอกจากนายสุเทพกับพวกแล้วขอเตือนไปยังนักวิชาการที่ขึ้นเวที และกลุ่มที่ออกมาแสดงความเห็นให้ระมัดระวังอย่าทำผิดโดยเจตนาไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีฐานเป็นตัวการร่วมด้วย ซึ่งเบื้องต้นดีเอสไอมีข้อมูลรายชื่อผู้ที่ต้องถูกดำเนินคดีทั้งกลุ่มที่เป็นตัวการร่วม และผู้สนับสนุนที่มีทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลกว่า 20 คนแล้ว อย่างไรก็ตาม การกระทำผิดหรือไม่ต้องดูที่เจตนาเป็นหลักเช่นเดียวกับผู้ที่บริจาคเงินสนับสนุนการชุมนุม ยืนยันว่าดีเอสไอจะไม่ดำเนินคดีทั้งหมด เช่น บรรดาลุงป้าที่มาร่วมชุมนุมแล้วบริจาคเงินเป็นค่าข้าวค่าน้ำจะไม่ถูกดำเนินคดี และจะไม่พิจารณาดำเนินคดีจากวงเงินบริจาค แต่จะดูจากพฤติการณ์ของแต่ละราย
"สำหรับคำสั่งกปปส.ที่ให้ข้าราชการไปรายงานตัว ผมมองว่าเป็นคำสั่งเถื่อนไม่มีกฎหมายรองรับ ผมและเพื่อนข้าราชการจึงไม่จำเป็นต้องไปรายงานตัวตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย"นายธาริต กล่าว





