รองโฆษกประจำสำนักนายกฯเผยรมต.ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน ใน 30 วัน นับจากยุบสภา
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ว่า เนื่องจากคณะกรรมการ ปปช.เคยให้ความเห็นไว้ว่า กรณีที่ครม.ทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งให้ถึงวันที่ ครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นวันพ้นจากตำแหน่ง ดังนั้น ปัจจุบันการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ดังนี้ กรณี ครม.มีสถานะเป็น ส.ส. ต้องยื่นรายการภายใน 30 วัน นับแต่พ้นจากตำแหน่งส.ส. คือวันที่ยุบสภา และต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินหนี้สินอีกครั้งใน 30 วัน หลังจากพ้นจากตำแหน่ง รมต. ในการที่ รมต.ไม่มีสถานะเป็นส.ส. ต้องยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินหนี้สินใน 30 วัน นับแต่พ้นจาก รมต. คือวันที่ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สำหรับสถานะของข้าราชการการเมืองอื่น ทางกฤษฎีกาเคยวินิจฉัยไว้เมื่อเดือน ธ.ค. 2533 ว่าสถานะของข้าราชการการเมืองอื่น เลขาธิการครม. โฆษกประจำสำนักนายกฯ เลขานุการรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอื่นๆ ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และพ้นจากตำแหน่งพร้อมกับการสิ้นสุดของการอยู่ในตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี หรือ รมต. ที่แต่งตั้งตั้งแต่ต้น ไม่เกินกว่าที่ครม.ชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่
ในส่วนของราชการรัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ให้ถือปฏิบัติตามมติครม. เรื่องการปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับแนวทางการเลือกตั้งโดยเคร่งครัด โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อได้รับการร้องขอจาก กกต. รวมทั้งการวางตัวเป็นกลางของข้าราชการ และในการดำเนินการใดๆ ที่อยู่ในอำนาจของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้แต่ละหน่วยงานพิจารณาตำแหน่งไปตามความเหมาะสมของความเป็นกลาง และกรณีที่ไม่อยู่ในหน้าที่ของส่วนราชการ และหน่วยงานต่างๆ ให้แต่ละหน่วยงานนั้นเสนอขอทำความตกลงของสำนักงบประมาณก่อนที่จะดำเนินการต่อไป





