วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ม.เที่ยงคืนแนะทุกฝ่ายกลับสู่กรอบกฎหมาย

ม.เที่ยงคืนชี้ทุกฝ่ายควรกลับไปสู่กรอบของกฎหมาย ต่อสู่กันด้วยการเลือกตั้ง แนะขจัดระบอบทักษิณ ประชาชนต้องเลือกพรรคที่ไม่ใช่พรรคของคุณทักษิณ

ที่บริเวณคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน นำโดย ศ.ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ผศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เชษฐพัฒนวนิช อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมแถลงการณ์ "หยุดการเคลื่อนไหวที่ทำลายระบบประชาธิปไตย"โดยรศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล กล่าวว่า ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศยุบสภาเมื่อเช้าวันที่ 9 ธันวาคม 56 อันมีผลให้คณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งพ้นไปจากตำแหน่งทั้งหมด และมีผลให้ต้องจัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่ภายใน 60 วัน การยุบสภานี้ถือเป็นกระบวนการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองประการหนึ่งตามระบบรัฐสภาและเป็นกระบวนการที่ได้รับการรับรองไว้อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการคืนอำนาจกลับไปสู่ประชาชนทุกคนภายในสังคมให้ร่วมกันตัดสินใจต่อปัญหาต่างๆที่ได้เกิดขึ้น บนพื้นฐานของการยอมรับความเสมอภาคและความเท่าเทียมระหว่างบุคคลทุกคนผ่านระบบการเลือกตั้ง

แม้ว่าการยุบสภาอาจไม่ใช่เป็นเป้าหมายของบรรดาแกนนำ กปปส. ที่ทำการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล แต่ความพยายามเคลื่อนไหวที่ต้องการให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ต่อไป และต้องการให้มีการแต่งตั้งนายกฯพระราชทานนั้นอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ปราศจากความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องข้อเรียกร้องการจัดตั้งสภาประชาชนนั้นย่อมทำให้ประชาชนมีความเห็นต่างออกไปอาจกลายเป็นผู้ไร้สิทธิ ซึ่งข้อเสนอนี้ย่อมเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตยเป็นอย่างมาก และอาจทำให้ผู้ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างจัดการชุมนุมต่อต้านขึ้นมา ทั้งหมดนี้ก็จะนำไปสู่ภาวะที่บ้านเมืองต้องตกอยู่ในสภาพอนาธิปไตย

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนขอเสนอให้สังคมร่วมกันผลักดันให้เกิดการปฏิรูประบอบการเมืองของไทยภายใต้กลไกของระบบรัฐสภาและอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ และร่วมกันปฏิเสธการเคลื่อนไหวที่จะนำไปสู่การใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญทุกประการ ทางมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเห็นว่าการรักษาระบบและการเปลี่ยนแปลงด้วยการพัฒนาระบบให้ดีขึ้นมีความสำคัญต่อการอยู่ร่วมกันในอนาคต แต่ถ้าหากมุ่งสู่การล้มระบบที่เป็นอยู่ก็จะนำไปสู่การปั่นป่วนวุ่นวายอย่างยากที่จะยุติได้ ซึ่งจะส่งผลเสียร้ายแรงต่อคนทุกๆกลุ่มในสังคมไทย

รศ.สมชาย กล่าวต่อว่า การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยต้องใช้เวลา ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วข้ามคืนได้ เราอย่าไปคาดหวังว่าจสังคมไทยเราจะมี "ฟ้าสีทองผ่องอำไพ" และสิ่งที่ กปปส. ควรดำเนินการตามกรอบของรัฐธรรมนูญต่อไปเพื่อช่วยพัฒนาประชาธิปไตยของไทย คือ นำข้อเสนอต่างๆที่สร้างสรรค์ไปเขียนเป็นนโยบายรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง หากประชาเห็นด้วยพรรคประชาธิปัตย์ก็จะได้รับชัยชนะขึ้นมาบริหารบ้านเมืองตามกรอบรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนในเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นนั้น ประชาชนทุกคน องค์การภาคเอกชน ภาคประชาสังคมต่างๆก็ช่วยกันตรวจสอบ ไม่ใช่เฉพาะแต่ช่วงที่มีวิกฤตเท่านั้นแต่ต้องดำเนินการตรวจสอบตลอดไปถึงจะทำให้การเมืองไทยพัฒนาขึ้นไปได้

ศ.ดร.ถรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ กล่าวว่า ทุกวันนี้วิกฤตการเมืองได้เกิดขึ้นอีกครั้งสำหรับบ้านเมืองของเรา หากทุกฝ่ายยังไม่ยอมถอยคนละก้าวมาประนีประนอมกันก็อาจก่อให้เกิดความรุนแรงทางการเมืองได้ ดังนั้นเมื่อฝ่ายรัฐบาลได้ประกาศยุบสภาแล้ว ตามรัฐธรรมนูญก็มีหน้าที่รักษาการณ์จนกว่าจะทราบผลการเลือกตั้งและมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ฉะนั้น กปปส.ควรถอยกลับไปสู่กระบวนการต่อสู่ตามกรอบของกฎหมายตามกรอบของรัฐธรรมนูญ หากพรรคประชาธิปัตย์สามารถนำข้อเสนอที่สร้างสรรค์ไปเป็นนโยบายหาเสียงแล้วทำให้เสียงข้างน้อยของตนพลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งได้ก็จะเป็นชัยชนะที่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้ายังคงต่อต้านระบอบทักษิณ กลัวทักษิณอยู่เช่นนี้แล้วต้องการหาอำนาจอื่นมาล้มระบอบทักษิณก็คงมิใช่วิธีการที่ถูกต้องตามกรอบรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยนัก

อีกทั้ง อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร คงไม่ใช่ตัวปัญหาของสังคมไทยและวิกฤตการเมืองไทย แต่คนแบบอดีตนายกฯทักษิณต่างหากที่เป็นปัญหา ซึ่งคนแบบนี้มีอยู่ทุกพรรคการเมือง อาทิ คนที่มีอำนาจสั่งการควบคุมพรรคการเมืองและควบคุมสั่งการ ส.ส.ได้ เป็นต้น ย่อมมีอยู่ทุกพรรคการเมืองอยู่แล้ว ฉะนั้นวิธีการที่จะขจัดระบอบทักษิณที่ดีที่สุด คือ การทำให้ประชาชนเลือกพรรคการเมืองที่ไม่ใช่พรรคของคุณทักษิณ กลับไปสู่การเลือกตั้งตามกรอบของกฎหมายตามวิถีทางประชาธิปไตยที่ถูกต้อง