"พิชิต"ชี้การยุบสภาเป็นความพ่ายแพ้ของพลังประชาธิปไตย ย้ำชาติตะวันตกไม่เข้าใจประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
มีแรงกดดันให้นายกฯยุบสภามานานพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากชาติตะวันตก ทั้งอียูและสหรัฐอเมริกา โดยเห็นว่า เป็นทางออกวิกฤตในระบบการเมืองแบบเลือกตั้ง คือในเมื่อคนในชาติตกลงกันไม่ได้ ก็ไปตัดสินกันในคูหาเลือกตั้ง
นายพิชิต กล่าวว่า ชาติตะวันตกพวกนี้ไม่เข้าใจว่า ประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางอำนาจจากเผด็จการไปประชาธิปไตย ความขัดแย้งปัจจุบันจึงไม่ใช่ความขัดแย้งภายในกรอบของระบอบประชาธิปไทยปกติ ชาติตะวันตกพวกนี้แกล้งทำเป็นลืมไปว่า ในอดีต 100-200 ปีก่อน ชาติของตัวเองก็ผ่านการปะทะแตกหัก หลายชาติต้องนองเลือดอย่างหนักในสงครามกลางเมือง จึงจะได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่สถาพรในปัจจุบัน ชาติตะวันตกพวกนี้จึงเจ้ากี้เจ้าการกดดันนายกฯและรัฐบาลมาตลอดให้ยุบสภา หวังแค่ว่า จะหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้จริง
"ชาติตะวันตกในอดีตก่อนปี 2549 ก็อุ้มชูเผด็จการไทยมาตลอด และมาวันนี้พวกนี้ก็ประเมินเผด็จการไทยต่ำเกินไปอีก"นายพิชิต กล่าว
นักวิชาการรายนี้ กล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทยเชื่อว่า ถ้ายอมยุบสภาแล้ว เป็นการถอยครั้งใหญ่แล้วจะลดแรงกดดันจากฝ่ายต่อต้านได้ มวลชนฝ่ายต่อต้านจะลดลงและไปรอเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยก็รู้ว่า อาจถูกหักหลังเมื่อประชาธิปัตย์บอยคอตเลือกตั้ง ตามด้วยปปช.ลงดาบ แต่ก็ยังหวังลมๆ แล้งๆ ว่า แรงกดดันจากนานาชาติ จะทำให้ฝ่ายเผด็จการไทยยอมให้มีการเลือกตั้ง หวังว่าเผด็จการไทยจะถูกกดดันจนยอมให้ปชป.เลิกบอยคอตแล้วลงเลือกตั้ง ฝันหวานว่า แรงกดดันจากต่างชาติและมวลชนคนเสื้อแดง จะทำให้ปปช.ไม่กล้าฟันคณะรัฐบาล
"พรรคเพื่อไทยไม่ยอมรับความจริงที่ว่าเผด็จการไทยไม่เอาระบบเลือกตั้งแล้ว รธน.50 ไม่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างที่เคยวางแผนไว้ ปชป.จะบอยคอตเลือกตั้งจนถึงที่สุด และนับแต่นี้ไป รอวันปปช.และตุลาการแผลงฤทธิ์! นายกฯและรัฐบาลเตรียมล้างคอขาวๆ รอดาบได้แล้ว!"
หวังว่า ผมจะวิเคราะห์สถานการณ์ผิดอย่างจังๆ สักครั้ง!





