"นักวิชาการ"เห็นพ้องยุบสภาไม่ใช่ทางออกปัญหา ย้ำทหารควรเรียกร้องให้มวลชนยุติการชุมนุม ด้าน"ประจักษ์"ตัดสินใจดีเลี่ยงการนองเลือด
นายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า การยุบสภาไม่ใช่ทางออกของปัญหาทางการเมือง แต่เมื่อรัฐบาลเลือกจะยุบสภาแล้ว มองว่าฝ่ายทหารควรออกมามีบทบาทเรียกร้องให้มวลชนยุติการชุมนุม เพื่อยุติความเสียหายที่จะเกิดกับประเทศนี้ และหลังจากนั้นต้องแก้ปัญหาการเมืองด้วยวิถีประชาธิปไตย เช่น ให้แกนนำตัวจริงมาคุยกัน โดยผ่านคนกลางที่ได้รับการยอมรับ หรือให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เจรจากับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เพื่อนำเสนอสิ่งที่ต้องการและให้ประชาชนเป็นสักขีพยาน
นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเลือกยุบสภา ถือเป็นการตัดสินในที่ดีที่สุดเพื่อเลี่ยงการนองเลือด และเป็นการตัดสินใจภายใต้แรงกดดันระดับนี้ แต่อาจจะไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด และหลังจากนี้ตนมองว่ากลุ่มมวลชนควรจะถอยด้วย ไม่เช่นนั้นปัญหาจะไม่จบ และอาจจะส่งผลให้สังคมเป็นอัมพาต เศรษฐกิจหยุดชะงัก รวมถึงทำให้เกิดสภาพของความตึงเครียดได้ อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาตามระบอบประชาธิปไตยทุกฝ่ายต้องหาทางออกร่วมกันด้วยการเจรจา ขณะที่รัฐบาลรักษาการต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และกระบวนการเลือกตั้งต้องดำเนินต่อไป ซึ่งตนของเรียกร้องให้สังคมและสื่อมวลชนจับตาและตั้งคำถามไปยังพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะเข้าร่วมในกระบวนการเลือกตั้งหรือไม่
"พรรคประชาธิปัตย์ควรเข้าสู่การเลือกตั้ง เพราะวัตถุประสงค์ของพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย คือ การดำรงอยู่เพื่อแข่งขันเพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ หากพรรคประชาธิปัตย์ต้องการ ต้องเข้าสู่การเลือกตั้ง ไม่ใช่ขึ้นสู่อำนาจด้วยวิธีที่ไม่ได้รับรองรับจากรัฐธรรมนูญ" นายประจักษ์ กล่าว
ด้านนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย(คปก.) กล่าวว่า ขอถามไปยังนายกฯ ว่าทำไมถึงประกาศยุบสภาในช่วงที่มีการเดินขบวนของประชาชนแล้ว ซึ่งมองว่าสถานการณ์ตอนนี้ไปไกลกว่าที่จะมีการยุบสภา หรือเจรจาระหว่างแกนนำทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนทางออกของประเทศตอนนี้ไม่ทราบ แต่เมื่อพิจารณาดูรายละเอียดของสถานการร์แล้วเห็นว่ามีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ทางการเมือง วันที่ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งทางออกในตอนนั้นคือผู้นำรัฐบาลเผ่นออกจากประเทศ
นายเจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวว่า การประกาศยุบสภาของนายกฯ ไม่สามารถสยบการเคลื่อนไหวของมวลชน กปปส. ได้ ส่วนตัวมองว่าการยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งที่บ้านเมืองไม่มีสภาวะความพร้อมอาจจะยิ่งทำให้เกิดปัญหา อีกทั้งข้อเสนอของ กปปส. ที่ต้องการสภาประชาชน แต่รัฐบาลเลือกที่จะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ อาจทำให้ฝ่ายการเมืองทั้ง 2 ขั้วจะเกิดการไม่ยอมรับกันและกัน และส่งผลให้สังคมไม่สงบได้ ดังนั้นทางออกของปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คือ รัฐบาลต้องลาออกจากการรักษาการ เพื่อเปิดทางให้ใช้การพิจารณาตามหลักประเพณีการปกครองที่ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมต้องถอย อย่าดึงดันที่จะตั้งสภาประชาชนตามอำเภอใจ เพราะ กปปส. ไม่ใช่เจ้าของประเทศ
"หากจะให้มีสภาประชาชน ต้องมีบทบัญญัติทางกฎหมายรองรับ โดยหลังจากการพูดคุยของทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ก็เสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณาถึงการเลือกตั้ง เพื่อให้ได้บุคคลให้เข้ามาเป็นสมาชิกสภาประชาชน ส่วนวิธีให้ได้มานั้น ให้ กกต.เป็นผู้กำหนด ซึ่งวิธีดังกล่าวผมมองว่าถือเป็นประเพณีการตามครรลองที่เหมาะสม และเป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่ใช่ตามใจใคร"นายเจษฎ์ กล่าว





