วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุริยะใส'มั่นใจพรุ่งนี้จะชนะ

"สุริยะใส" ขึ้นเวทีศูนย์ราชการ มั่นใจพรุ่งนี้ชนะแน่ ลั่นไม่ยอมให้ "สุเทพ" โดนจับ

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ขึ้นเวทีปราศรัย ระบุว่า วันพรุ่งนี้ ( 9 ธ.ค.) จะเป็นการเดินทางไกลอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่นายกแถลงวันต่อวันแต่ก็พูดแบบสั้นๆ และที่ไม่แถลงยาวเพราะกลัวม็อบไปเยี่ยม สตช. ส่วนสาระสำคัญที่แถลงวันนี้ว่าพร้อมหาทางออกประเทศไทยและเสนอทำประชามติว่าประชาชนจะเห็นด้วยหรือไม่ด้วย ก็ไม่รู้ว่านายกฯ จะเสแสร้งหรือไม่ แต่คิดว่านายกฯ ไม่เข้าใจ ความหมายสภาประชาชน เพราะได้รับมอบอำนาจมาจากพี่ชาย พฤติกรรมปากว่าตาขยิบแบบนี้ ต้องบอกว่าหมดทางแล้วที่เราจะรับขอเสนอแบบนี้

นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า เรื่องที่เราเสนอตามมาตรา 3 และ 7 นั้นไม่ได้อยู่นอกเหนือจาก รธน. แต่ที่ฝ่ายรัฐบาล ออกมาแถลงปฏิเสธอำนาจศาล รธน.นั้นถามว่าเอาอำนาจมาจากบทบัญญัติใดใน รธน. วันนี้จึงชัดเจนว่า สถานะของรัฐบาลเป็นอำนาจเถื่อนนอก รธน. ดังนั้นเมื่อเราไม่ไว้ใจรัฐบาล เราจึงใช้อำนาจโดยตรงตาม รธน.ม.3 และ ม.7 เรียกอำนาจคืนจากรัฐาล

นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า การต่อสู้ครั้งนี้ เราเอาการปฏิรูปเป็นตัวตั้ง ไม่ได้ใช้ชีวิตพี่น้องเป็นตัวแลก โดยเชื่อว่าพรุ่งนี้จะปิดจังหวัดพากันมาราชดำเนิน ดังนั้นในวันพรุ่งนี้จะสำคัญสุดในการต่อสู้ ใครไม่มาก็อย่าไปว่าเขา เขาไม่ผิด แต่ยังเชื่อว่าพรุ่งนี้มวลชนจะมามากกว่าวันที่ 24 พ.ย.ถ้าใครยังลังเลที่จะออกมา เรายืนยันว่าการสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องพรรคการเมือง เพราะวันนี้ พรรคปชป.ลาออก แล้วมีข่าวว่านายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หน.พรรครักประเทศไทย ก็ยังได้ลาออกตาม ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านหากจะมีออกมาอีกเราก็พร้อมจะให้เข้าร่วม เพราะครั้งนี้ไม่ได้ต่อสู้เพื่อตัวเอง แต่สู้เพื่อส่วนรวม

นายสุริยะใส กล่าวตอนท้ายว่า จนถึงวันนี้ตนยังหาเหตุผลที่จะแพ้ยังไม่เจอ เพราะความชอบธรรมของเราในฐานะผู้ควบคุมสถานการณ์ทำกันเป็นระบบมากที่สุด โดยวันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่อยากเห็นมากที่สุดในการต่อสู้ระบอบทักษิณ วันนี้ที่ได้ประชุมกับกำนันสุเทพ ท่านย้ำว่าถ้ากำนันโดนจับ อย่ายอมให้พวกเราสู้ต่อไป ดังนั้นเชื่อเถอะว่าถ้าพวกเราออกมาเยอะ กำนันสุเทพจะได้อยู่สถาปนาชัยชนะ กับพวกเรา โดยวันนี้ก็ได้รับแจ้งว่าวันนี้กลุ่ม คปท. จะเป็นแนวหน้ายึดถ.พิษณุโลกไว้รอพวกเรา เพื่อทำมติมหาชน โดยขอย้ำว่า การใช้ รธน.มาตรา 3 มาตรา7 ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่การสอดไส้ แต่ทั้ง 2 มาตรามีมาตั้งแต่ รธน.ฉบับที่แล้ว ดังนั้นที่นายอุกฤษ มงคลนาวิน และนายโภคิน พลกุล ออกมาค้าน 2 มาตรานี้ จึงเป็นการตีความ รธน.ที่บิดเบือน เพื่อรักษาอำนาจให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยเชื่อว่าพรุ่งนี้เราจะชนะ เพราะเราเดินมาถูกทางแล้ว ก่อนนี้ตนเคยต่อสู้วันต่อวัน จนถึง 193 วันแล้วสุดท้ายก็ได้รับชัยชนะจากความกล้า ที่เราพูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าจะให้อยู่ยาวถึงสงกรานต์ แต่ขอให้ออกมากันเยอะๆ ตามวันที่เรากำหนดชัย ซึ่งวันนี้จุดยืนกองทัพก็ชัดเจนว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง ความเป็นโมฆะของรัฐบาลจะจบถ้าเราออกมากันมาก

นายสุริยะใส กล่าวด้วยว่า การที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จะเชิญทูตมาทำเนียบ ถือว่าท้าทายผู้ชุมนุมมาก แต่ได้ข่าวจะย้ายไปกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ไม่เข้าใจว่าจะอธิบายให้ต่างชาติเข้าใจสถานการณ์ได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันยังพูดไม่รู้เรื่องเลย โดยวันนี้ตนพูดได้ว่า วันที่ 9 ธ.ค.นี้ จะเป็นวันสุดท้ายที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าออกทำเนียบได้