"อนุสรณ์"เผย12ธ.ค.นี้เป็นวันอัยการสูงสุดสั่งฟ้อง"สุเทพ-อภิสิทธิ์"ต้องขึ้นศาลความผิดพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศยกระดับชุมนุมใหญ่ในวันที่ 9 ธ.ค.พร้อมทั้งเรียกร้องให้ข้าราชการหยุดทำงาน ในต่างจังหวัดให้ปิดศาลากลาง และประชาชนออกมารวมตัวที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ถ้ามวลชนไม่มาจะยอมเข้าคุก ว่า การเป่านกหวีดครั้งสุดท้ายของนายสุเทพประกาศจนเฝือไปหมด กลายเป็นปิดบัญชีครั้งแล้วครั้งเล่า
ทั้งๆ ที่เพิ่งประกาศเผด็จศึกเช็คบิลรัฐบาลเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ไปหยกๆ แต่เลื่อนมาเป็นวันที่ 9 ธ.ค.อีกแล้ว เปรียบเหมือนสับขาหลอกในวันเผาหลอก ทั้งๆ ที่วันเผาจริงน่าจะเป็นวันที่ 12 ธ.ค. เพราะเป็นวันที่อัยการสูงสุดจะสั่งฟ้องนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในความผิดฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลจากการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 นายสุเทพจึงต้องสร้างสถานการณ์ให้มีมวลมหาประชาชนของตัวเองล้อมกรอบตัวเองเอาไว้ ทั้งๆ ที่การเคลื่อนไหวของนายสุเทพพ่ายแพ้มาตั้งแต่ต้น เรียกร้องให้ข้าราชการหยุดงานก็ล้มเหลว ไม่มีข้าราชการที่ไหนหยุดงาน ขอให้เอกชนหยุดงาน แม้แต่ศรีสุบรรณฟาร์มก็ยังไม่หยุด การไปคุกคามสื่อมวลชน บังคับให้นำเสนอข่าวของตัวเองข้างเดียวก็ล้มเหลว ไม่มีสื่อฟัง แผนยึดสถานที่ราชการก็ยึดไม่ได้จริง
ทั้งๆ ที่ไปมาแล้วหลายรอบ ขาดเพียงแต่ไปยึดเรือนจำเท่านั้น ทั้งหมดเต็มไปด้วยชัยชนะจอมปลอมทางสัญลักษณ์เท่านั้น แม้แต่สภาประชาชนเอาเข้าจริงก็เป็นเพียงสภาเครือข่ายแก๊งนายสุเทพเท่านั้น ไม่ได้สะท้อนภาพมวลมหาประชาชนแต่อย่างใด ขอให้คนไทยทนอีก 5 วันระบอบสุเทพก็จะสูญสิ้น เพราะนายสุเทพ ต้องไปขึ้นศาล หากไม่ไปก็จะต้องถูกออกหมายจับ ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะคืนความสงบสุขสู่บ้านเมือง ประเทศจะได้เดินหน้า ไม่ต้องมีใครออกมาร่วมกับนายสุเทพตามที่ประกาศไว้ว่า ถ้ามวลชนไม่มาจะยอมเข้าคุก ให้นายสุเทพได้ติดคุกสำเร็จสมความตั้งใจบ้านเมืองจะพบสันติสุข ประชาธิปไตยเบ่งบาน หลายประเทศจะได้ยกเลิกคำเตือนมาไทย นักท่องเที่ยวก็จะได้มาท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น รายได้เข้าประเทศมากมาย เศรษฐกิจเข้มแข็ง





