กองทัพย้ำจุดยืนอยู่ข้างประชาชน เรียกร้องทุกฝ่ายดำเนินการใดๆยึดกรอบกฎหมายใช้สันติวิธี รับลำบากใจทำงาน2สถานะ ทั้งเป็นกลไกรัฐบาลและดูแลประชาชน
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง เมื่อแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ยังคงประกาศเดินหน้าชุมนุมต่อต้านรัฐบาลและขับไล่ระบอบทักษิณต่อไป ในขณะที่การตั้งเวทีกลางเพื่อพูดคุยหาทางออกประเทศยังคงไม่คืบหน้า แต่ละฝ่ายยังมีความเห็นที่หลากหลายนั้น ทำให้ความกดดันพุ่งไปยังกองทัพ ทั้งในฐานะคนกลางและในฐานะผู้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้
ส่งผลให้วานนี้ (6 ธ.ค.) พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) ต้องออกมาชี้แจงจุดยืนของกองทัพอีกครั้ง โดยเฉพาะในประเด็นที่สื่อสังคมออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) ต่อสถานการณ์ทางการเมืองอย่างกว้างขวาง
"ผบ.เหล่าทัพคงไม่อาจแสดงความเห็นใดๆ ในทางการเมืองได้มากเกินไป นอกจากการสนับสนุนให้มีการแก้ปัญหาให้ได้ด้วยสันติวิธี จึงอยากวิงวอนให้ทุกท่านใช้ความระมัดระวังในการนำเสนอความเห็น ขอให้เข้าใจในความพยายามที่จะวางบทบาทขององค์กรให้เหมาะสมต่อสถานการณ์อย่างดีที่สุด และไม่ควรนำเสนอความเห็นในลักษณะที่จะนำไปสู่การสร้างความขัดแย้ง โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจที่ผิดให้แก่ประชาชนและสังคมโดยทั่วไป"
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า กองทัพมี 2 สถานะ คือ ต้องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีกรอบกำหนดตามกฎหมายบริหารราชการแผ่นดินของประเทศ โดยเฉพาะต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนหนึ่งต้องอยู่ภายใต้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) มีหน้าที่ปฏิบัติรักษากฎหมาย และอีกสถานะหนึ่งต้องเป็นกองทัพของประชาชนในการดูแลประชาชน ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับประเทศชาติและประชาชน
"อยากให้ทุกคน ทุกฝ่ายดำเนินการใดๆ ด้วยความเรียบร้อยภายใต้กรอบของกฎหมาย หลีกเลี่ยงความรุนแรง ให้เกียรติซึ่งกันและกัน องค์กรทุกองค์กรล้วนมีความสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย ทุกคนต่างต้องปฏิบัติตามหน้าที่ตามความรับผิดชอบให้ดีที่สุด และขอให้เข้าใจเห็นใจการทำงานเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ขอเรียนว่าสถานที่ราชการต่างๆ สร้างจากภาษีประชาชนทั้งประเทศ อยากให้ช่วยกันดูแล ไม่อยากให้เกิดความเสียหายใดๆ" รองโฆษก ทบ.กล่าว
ผบ.ทสส.รอลุ้นเวที-หวังสถานการณ์ดีขึ้น
วันเดียวกัน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ได้นำ พล.ร.อ.แซมมวล เจ. ล็อคเลียร์ ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐอเมริกาประจำภาคพื้นแปซิฟิก เข้าพบ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวถึงการหารือระหว่าง ผบ.เหล่าทัพ หลังมีข่าวจะกำหนดท่าทีหลังวันที่ 5 ธ.ค.ว่า ที่จริงมีการพูดคุยกันทุกวันอยู่แล้ว และมีการคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวมานานแล้ว ส่วนเรื่องทิศทางตอนนี้ถือว่าออกมาดี หวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ
"ทราบว่าจะมีการเปิดเวทีให้มาคุยกัน ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนมาร่วมช่วยกัน" ผบ.ทสส.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ยังมีการยกระดับการชุมนุมอยู่ตลอดเวลา จะทำให้ปัญหายุติได้หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ตอบสั้นๆ ว่า "วันนี้ยังไม่ยก"
ทูตสหรัฐแนะใช้วิถีสันติ
ขณะที่ นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครทูตสหรัฐอมเริกาประจำประเทศไทย ซึ่งเข้าพบนายกรัฐมนตรีพร้อมกับคณะของผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐอเมริกาประจำภาคพื้นแปซิฟิก ตอบข้อถามของผู้สื่อข่าวถึงท่าทีของสหรัฐต่อสถานการณ์การเมืองไทยว่า สหรัฐติดตามสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด เรามีความหวังว่าทุกฝ่ายจะมีหนทางสันติในการแก้ไขปัญหา และเราจะขอแนะนำให้ใช้วิถีทางสันติในการแก้ไขปัญหา โดยสหรัฐยืนยันจะยังคงเป็นมิตรที่ดีต่อประเทศไทย
ส.ว.ตั้งกลุ่มร่วมแก้วิกฤติชาติ
ที่รัฐสภา สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กลุ่มอิสระเพื่อแก้วิกฤติชาติ 56 นำโดย นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ส.ว.สรรหา นายชรินทร์ หาญสืบสาย ส.ว.ตาก และ นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี ร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องไปยังทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง
แถลงการณ์ระบุข้อเรียกร้องดังนี้ 1.ขอให้ประชาชนและหน่วยงานของภาครัฐ เอกชน ยึดพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ปฏิบัติตนเพื่อให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม 2.ขอให้รฐบาลและผู้ชมนุมกลุ่มต่างๆ ลดการยั่วยุหรือปลุกระดมให้ประชาชนเกิดความเกลียดชังซึ่งกันและกัน รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงที่เกิดจากความเห็นต่าง หรือการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ
3.ขอให้รัฐบาลและผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆ ลดทิฐิและยึดติดความเห็นส่วนตัว หันกลับมาสู่การเจรจาเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ และ 4.ขอให้รัฐบาล รัฐสภา ศาล องค์กรตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงสถาบันการศึกษา และประชาชนทุกกลุ่มเร่งพิจารณาหาแนวทางการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการลดปัญหาการทุจริต การแสวงหาประโยชน์มิชอบ โดยให้ประชาชนทุกระดับมีส่วนร่วม
นายวิชาญ กล่าวว่า พวกตนพร้อมเสนอตัวเป็นคนกลางในการประสานกับทุกฝ่าย หรือจัดเวทีเพื่อแก้ไขปัญหา
สำหรับ ส.ว.ที่ร่วมกันเป็นกลุ่ม ส.ว.อิสระเพื่อแก้วิกฤติชาติ 56 นั้น มีทั้งกลุ่ม ส.ว.สรรหาและ ส.ว.เลือกตั้ง เบื้องต้นมี 13 คน นอกจากที่ร่วมแถลงข่าวแล้วยังมี นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล ส.ว.สรรหา นายปัญญา เบญจศิริวรรณ ส.ว.สรรหา นางสมพร จูมั่น ส.ว.เพชรบูรณ์ นางจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา ส.ว.ชัยนาท นางสุอำภา คชไกร ส.ว.สุโขทัย นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ นายสุพจน์ เลียดประถม ส.ว.ตราด นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ ส.ว.ยโสธร และ นางพรทิพย์ โล่ห์วีระ จันทร์รัตนปรีดา ส.ว.ชัยภูมิ





