นครบาล จ่อดำเนินคดีองค์กร-บุคคล ให้การสนับสนุนม็อบต้านรัฐบาล
พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) กล่าวว่าศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) มีคำสั่งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลรวบรวมพยานหลักฐานบุคคลกลุ่มคนหรือกลุ่มสถานีวิทยุต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุนุมต่อต้านรัฐบาลคัดค้านระบบทักษิณในลักษณะที่มีการทำผิดกฎหมายต่างกรรมต่างวาระให้ดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดทุกรายไป โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำต่อต้านรัฐบาล ซึ่งมีหมายจับข้อหากบฏอยู่แล้ว และไม่ว่าใครก็ตามที่มีส่วนร่วมให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทุน สถานีวิทยุ หรือสื่อต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจนจะถูกตั้งข้อหาตามกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งขณะนี้คณะทำงานสอบสวนนครบาลกำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมด
โฆษกนครบาล กล่าวต่อว่า วันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับ นายสุเทพ ซึ่งเป็นเลขาธิการ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข(กปปส.) ในข้อกล่าวหาฐานกบฏ กรณีมีการให้ผู้ชุมนุมเข้าไป ชุมนุมภายในสถานที่ราชการหลายแห่ง ต่อมาเมื่อวันพุธ( 4 ธ.ค.) นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล ในฐานะกำกับดูแล ศอ.รส.เตือนไปยังบุคคลต่างๆว่า หากบุคคลใดให้ความช่วยเหลือหรือให้ที่พักพิงแก่นายสุเทพ อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 114
โฆษกนครบาล กล่าวว่า ล่าสุดมีเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1รายที่บริเวณกระทรวงการคลังที่มีกล่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอยู่ขณะนี้ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถี และพบเหตุคนร้ายปาระเบิดปิงปองที่บริเวณแยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน มีผู้บาดเจ็บ1ราย เหตุที่เกิดขึ้นทั้ง 2 จุด เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุมกันเอง เพราะ ขณะนี้ เสื้อแดงก็กลับไปหมดแล้ว และตำรวจก็ยืนยันว่า ไม่ใช้ความรุนแรงเด็ดขาด อยากเรียกร้อง ให้ผู้ชุมนุมหยุดสร้างสถานการณ์ ให้ชุมนุมโดยสงบดีกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน สน.ชนะสงคราม และ สน.สำราญราษฎร์ คลี่คลายคดีคนร้ายปาประทัดยักษ์และระเบิดปิงปองใส่กลุ่มการ์ดผู้ชุมนุม บริเวณแยกคอกวัว ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยได้รับรายงานว่า หลังเกิดเหตุการ์ดผู้ชุมนุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ แต่ยังไม่ประสานตำรวจไปสอบปากคำ และจากการข่าว พบว่า ยังมีความพยายามก่อกวนโดยมือที่ 3 หรือกลุ่มวัยรุ่นที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อยกระดับความรุนแรง ทางศอ.รส.จึงให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล เจรจากับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ส่งตำรวจเข้าไปดูแลความปลอดภัยการชุมนุม ทั้งนี้ ศอ.รส.ยังยืนยันมาตรการเดิม ที่จะไม่ส่งกำลังเข้าไปสลายการชุมนุม เน้นป้องกันสถานที่สำคัญของราชการ ลดการก่อเหตุความรุนแรง ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม เจรจาขอคืนพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมกำลังพลที่เหมาะสม พร้อมปรับภารกิจหน้าที่ ให้สอดรับกับแนวทางของคณะทำงานแต่ละชุดที่ตั้งใหม่โดยรัฐบาลไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคล หรือผู้รับผิดชอบ





