เพื่อไทยระบุนายกฯคนนอกนั้นต้องแก้รธน.มาตรา291 เพราะขัดรัฐธรรมนูญ ห่วง"สุเทพ"ปลุกม็อบยืดเย้อเกิดกลียุค
กรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เปิดพิมพ์เขียว "สภาประชาชน" ด้วยการเสนอให้มีนายกรัฐมนตรี มาตรา 7 เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศนั้น
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า ในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ พรรคเพื่อไทยเรียกประชุม ส.ส.เป็นกรณีพิเศษ เพื่อหารือสถานการณ์การเมืองกรณีที่นายสุเทพ ระดมมวลชนเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะหารือกันถึงสถานการณ์การชุมนุมของ กปปส. ข้อเสนอการจัดตั้งสภาประชาชน ไปจนถึงข้อเรียกร้องเรื่องขอนายกฯ พระราชทานตาม มาตรา 7
"หากนายสุเทพและพรรคพวกอยากได้สภาประชาชน หรือนายกฯพระราชทานตามมาตรา 7 คงต้องฉีกรัฐธรรมนูญ ปฏิวัติเพื่อยึดอำนาจ เท่าที่ผมตรวจสอบมาเห็นว่าสภาประชาชนเกิดขึ้นแต่ในประเทศที่เป็นเผด็จการ หรือคอมมิวนิสต์เท่านั้น ดังนั้น ประชาชนคงไม่ยอมเพราะกระทบกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย กระทบกับความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศ จะเกิดขึ้นได้พรรคประชาธิปัตย์ต้องเสนอแก้มาตรา 291 แต่เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่กล้า" นายพร้อมพงศ์ กล่าว
"สามารถ"เสนอแก้รธน.มาตรา291
ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เสนอให้มีนายกฯ มาตรา 7 เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่านายกฯ ต้องมาจาก ส.ส.และมาจากการเลือกของส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น และไม่สามารถยกเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 2516 มาเทียบเคียงได้
"การให้นายกฯ ยุบสภา จากนั้นให้ลาออกจากการเป็นนายก รักษาการณ์ด้วย เพื่อให้เกิดสุญญากาศในบ้านเมืองนั้น ไม่ใช่ทางออก เพราะกฎหมายระบุชัดเจนว่า เมื่อยุบสภาก็ต้องเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วันอยู่ดี แล้วจะได้ประโยชน์อะไร วันนี้นายสุเทพ อ้างประชาชนมาบีบรัฐบาลให้คืนอำนาจให้ประชาชน แต่นายสุเทพ ไปถามประชาชนที่เหลืออีกหลายสิบล้านคนหรือยังว่า อยากคืนอำนาจให้นายสุเทพหรือไม่"
นายสามารถ กล่าวด้วยว่า วิธีที่สามารถมีนายกฯมาตรา 7 ได้ในขณะนี้ คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 โดยเขียนบทเฉพาะกาลว่า ในช่วงที่มีเหตุการณ์ความขัดแย้งในบ้านเมือง ขอให้มีนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเฉพาะกาล ที่มาจากคนนอกเพื่อแก้ปัญหา จากนั้นค่อยยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่ หรือนายสุเทพไปตั้งพรรคการเมือง แล้วเสนอแนวคิดปฏิรูปประเทศตามที่ต้องการ เพื่อพิสูจน์มวลมหาประชาชนของนายสุเทพ หากนายสุเทพ ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นรัฐบาล ก็มีอำนาจโดยชอบธรรมที่จะทำสภาประชาชนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
แต่สิ่งที่กังวลคือ หากปล่อยให้เหตุการณ์ยืดเยื้อต่อไป โดยที่ตำรวจไม่สามารถจัดการได้ อาจมีประชาชนอีกฝ่ายที่เห็นว่า การกระทำของนายสุเทพ ที่ขณะนี้เป็นกบฏ เพราะถูกศาลออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว ลุกขึ้นมาจัดการกับนายสุเทพเอง เมื่อถึงเวลานั้นจะเกิดกลียุค กลายเป็นสงครามกลางเมืองแน่นอน
"พิชิต"ยันนายกฯม.7ขัดรธน.
ด้านนายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวคิดเรื่องการตั้งสภาประชาชน และการขอนายกรัฐมนตรีพระราชทานตาม มาตรา 7 นั้น เป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะจุดประสงค์ของมาตรา 7 คือ กรณีที่ไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญจึงนำ มาตรา 7 มาใช้
แต่กรณีนี้ยังมีรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 ที่ระบุถึงการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ต้องมาจาก ส.ส.จึงถือว่า บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และหลักเกณฑ์การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีไว้แล้ว ไม่สามารถนำ มาตรา 7 มากล่าวอ้างได้
"นายสุเทพ อย่ามาตีความมาตรา 7 เป็นอย่างอื่น เพราะติดล็อกมาตรา 171 การเสนอให้ตั้งสภาประชาชนและนายกฯมาตรา 7 เท่ากับฉีกรัฐธรรมนูญ จึงมองว่าทางออกขณะนี้ ภาคประชาชนทุกสาขาอาชีพ ทุกฝ่าย ต้องมาตั้งวงคุยกันเพื่อให้มีความคิดเห็นที่หลากหลาย สร้างกระบวนการที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน และสุดท้ายแล้วคงหนีไม่พ้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญ ที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย"
ประธานวิปรัฐดันโหวต"ม.291"วาระ 3
ขณะที่นายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ข้อเสนอนายกฯ พระราชทาน ตามมาตรา 7 ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ตนยังยืนยันแนวทางที่เคยเสนอไป ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นทางออกของประเทศ โดยก่อนอื่นต้องทำประชามติ หรือประชาพิจารณ์ สอบถามความเห็นประชาชนทั่วประเทศ ว่าจะเอาอย่างไรกับบ้านเมือง
"หลักๆ ก็คือถามว่าอยากแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าใช่ ก็เอาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ค้างไว้มาโหวตวาระ 3 ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญ แบบนี้จะเป็นมติมหาชน ไม่ใช่นายสุเทพนำคนแสนกว่าคน มาบอกให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ จะตั้งสภาประชาชน แบบนั้นขัดรัฐธรรมนูญ มองไม่เห็นความเป็นไปได้ และขาดการยอมรับในวงกว้าง"
นายอำนวย ย้ำว่า กติกาใหม่ต้องให้ ส.ส.ร.เป็นผู้ร่าง ซึ่งตนเสนอว่าบรรดานักการเมือง ส.ส. และ ส.ว. ชุดปัจจุบัน และ คนที่เคยเป็นมาในอดีต รวมทั้งแกนนำทางการเมืองต่างๆ ต้องยุติบทบาททางการเมืองทั้งหมด ห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวอีกตลอดชีวิต คนที่จะเข้ามาเป็นนักการเมืองนับจากนี้ ต้องเป็นหน้าใหม่ทั้งหมด และต้องเปลี่ยนแปลงทุกๆ 4 ปี ส่วนองค์กรอิสระ ก็ล้างหมด
"สุรพงษ์"ถกศอ.รส.รับมือผู้ชุมนุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแลศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส) ได้เรียกประชุมคณะทำงาน ประกอบด้วย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.นิพัทธ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผบ.ตร. รวมถึงตัวแทนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
โดยก่อนหารือ พล.อ.นิพทธ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ โดยผู้ชุมนุมยังประกาศที่จะมีการเคลื่อนไหวต่อจึงต้องมีการประเมินสถานการณ์เพื่อเตรียมรับการเคลื่อนไหว
"เสื้อแดง"นัดชุมนุมใหญ่อยุธยา10ธ.ค.
นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ อ้างเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 2516 เพื่อขอนายกฯ มาตรา 7 ว่าเป็นการอ้างแบบวิปริต เพราะไม่สามารถนำเหตุการณ์ในครั้งนั้น ที่เป็นรัฐบาลเผด็จการ ทำรัฐประหารตัวเองมาเปรียบเทียบกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้
ส่วนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงนั้น จะขอรอดูท่าทีของนายสุเทพ ที่ประกาศจะเผด็จศึกรัฐบาลในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ก่อน จึงจะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ยืนยันว่า จะปกป้องรัฐบาลถึงที่สุด ซึ่งในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ คนเสื้อแดงจะจัดชุมนุมใหญ่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อประกาศปกป้องสภาและรัฐบาลชุดนี้จากนายสุเทพ ทั้งนี้คาดว่าจะมีคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมหลายหมื่นคน และไม่อยากชุมนุมใน กทม.เพื่อป้องกันเหตุความวุ่นวายการเผชิญหน้ากันอีก ที่
"โคทม"แบะท่าเป็นกาวใจ2ฝ่าย
นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติวิธีและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบเรื่องที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ ระบุว่าจะเสนอชื่อตนเป็นตัวกลางในการดำเนินการเปิดเวทีทางวิชาการเพื่อพูดคุยทุกภาคส่วนในการหาทางออกให้กับประเทศ ซึ่งหากจะทำหน้าที่เพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง โดยสันติวิธี หากช่วยอะไรได้ก็จะช่วย แต่ขณะนี้เห็นว่ายังไม่ได้เริ่ม
นายโคทม กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเป็นเวทีที่เปิดกว้าง เปิดรับทุกความคิดเห็นเข้ามาในเวที ให้ทุกฝ่ายแสดงออกได้ ถ้ามีคนไม่กล้าพูด หรือคนที่พูดตลอดเวลาเวทีนี้จะไม่พอดี จึงต้องเป็นเวทีที่ให้ใครก็ได้ที่คับข้องใจมาพูดกันเพื่อให้สังคมได้รู้ ทั้งนี้ปัญหาทางการเมืองนั้น ต้องใช้เวลาในการพูดคุยเยียวยาหลายรอบ หลายเวทีและหลายฝ่าย เพื่อให้เสียงดังจนสังคมสนใจหากเสียงสอดคล้องกันก็จะเดินหน้า แต่หากยังอึมครึม ก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้





