"อภิสิทธิ์"บี้"ยิ่งลักษณ์"เร่งถอดสลักประเทศเปิดทางปฏิรูปประเทศ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายแชแนลถึงการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระบุข้อเสนอเรื่องการตั้งสภาประชาชนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขานุการกปปส. รัฐธรรมนูญไม่เปิดช่องให้ทำได้ว่า ตนได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า นายกรัฐมนตรีที่หมดความชอบธรรม ต้องตัดสินใจว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร มิใช่อ้างว่าไม่ตรงข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมแล้วไม่ทำอะไร ถ้าไม่ยุบสภา ไม่ลาออก ก็ควรบอกว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร และจะทำให้ประชาชนเขาสามารถปฏิรูปประเทศได้อย่างไร ขอให้หยุดทำร้ายประชาชนและประเทศได้แล้ว
ตอนนี้มีความพยายามที่จะทำให้เกิดการเบี่ยงเบนความสนใจเรื่องความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล รวมถึงความไม่ชอบธรรมเรื่องการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงปืน ยิงหนังสติ๊กใส่ผู้ชุมนุม และเรากำลังตรวจสอบเรื่องน้ำสีม่วงที่ฉีดมายังผู้ชุมนุมด้วยว่าเป็นอย่างไร โดยนายกฯ กลับมาตั้งโจทย์ตั้งเงื่อนไขต่อรองกับผู้ชุมนุม อ้างว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุมเรียกร้องนี้ตัวเองปฏิบัติไม่ได้บ้าง ก็เลยแปลว่าจะอยู่เฉยๆ ปล่อยให้มีการเผชิญหน้ากันหรืออย่างไร ขณะนี้เราเห็นชัดเจนว่ามีการส่งตัวบุคคล หรือกลุ่มบุคคลเข้ามาใช้ความรุนแรง จากทางฟากของเจ้าหน้าที่บ้าง หรือแม้กระทั่งแฝงตัวเข้ามาในฝั่งของผู้ชุมนุมบ้าง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ขึ้นเป็นผอ.ศอ.รส.แทนพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นการสะท้อนว่า คนแดนไกลยังอยากจะให้สู้เต็มที่จึงเอาคนที่ฟังคำสั่งของตัวเองเต็มที่เข้ามาทำงาน ซึ่งอาจมองได้ว่าที่ผ่านมาคนแดนไกลต้องการอย่างหนึ่ง แต่คนที่รับผิดชอบเริ่มไม่เห็นด้วยกับการต่อสู้กับมวลมหาประชาชน ดังนั้นนายกรัฐมนตรีต้องเป็นคนเริ่มต้นก้าวแรกว่าจะถอดสลักอย่างไร
เมื่อถามว่าวันนี้ประตูของสตช. และบชน. เปิดรับประชาชนโดยไม่มีเหตุปะทะเกิดขึ้น ทุกอย่างจะจบลงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าทางตำรวจบอกว่า ไม่สู้กันแล้วเพราะเห็นว่ามวลมหาประชาชนมีความมุ่งมั่นในการที่จะเปลี่ยนแปลงจริงๆ รัฐบาลก็แทบจะเรียกว่าหมดสภาพ เพราะตอนนี้รัฐบาลเหลือเครื่องมือเดียวก็คือตำรวจ แม้ว่านายสุรพงษ์ จะขึ้นมาเป็นผอ.ศอ.รส. แต่หากไม่มีตำรวจทุกอย่างก็จบนอกจากว่านายสุรพงษ์ หรือนายกฯ ก็จะไปใช้กองกำลังของตัวเอง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกระแสข่าวการยื่นข้อเสนอให้คนตระกูลชินวัตรเลิกเล่นการเมืองว่า น่าจะเป็นข้อเสนอของกลุ่ม ส.ว. เพราะเห็นว่าตระกูลชินวัตรทำความเสียหายมามากแล้ว ส่วนที่นายสุเทพ ระบุจะไม่เล่นการเมืองนั้นเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ต่อสู้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง และการที่นายสุเทพ ระบุทหารเลือกอยู่ข้างประเทศไทย ยืนยันจะไม่ใช้อาวุธมาปราบปราม หรือเป็นเครื่องมือของรัฐบาลนั้น เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ผบ.ทบ.พยายามสื่อสารว่า 1. ทหารไม่ได้มีฝักฝ่ายทางการเมือง และ 2. ทหารต้องการยืนยันว่าไม่อยากให้ปัญหาลุกลาม จึงเข้ามามีบทบาทในการที่จะหาทางออกให้กับประเทศ ซึ่งเป็นบทบาทที่เราไม่คุ้นเคยกันในอดีต ที่บอกว่าทหารออกมาเป็นผู้ยึดอำนาจ





