สื่อต่างประเทศเกาะติดสถานการณ์ชุมนุมในไทย ขับไล่ระบอบทักษิณ ชี้"เสี่ยง-เปราะบาง"
สื่อต่างประเทศระบุ การชุมนุมในไทยเข้าสู่ช่วงเปราะบางและผันผวน ขณะสื่อระดับโลกอย่างบีบีซี-ซีเอ็นเอ็น จัดวางรายงานข่าวเกี่ยวกับประเทศไทย เป็นข่าวเด่น
หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ซึ่งเป็นสื่อชื่อดังของสหรัฐ เกาะติดสถานการณ์การเมืองในไทย ด้วยการระบุว่า สถานการณ์ได้เข้าสู่ช่วงเวลาผันผวนและเปราะบาง หลังจากมีเหตุการณ์ยิงจนมีผู้เสียชีวิตจากการปะทะแถวมหาวิทยาลัยรามคำแหง
สถานทูตต่างๆ ที่มีที่ตั้งในกรุงเทพฯ ได้ออกคำเตือนพลเมืองของตัวเอง เมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) โดยหลายแห่งเพิ่มคำเตือนจากสัปดาห์ที่แล้ว อย่างสถานทูตฝรั่งเศสที่ขอให้พลเมืองตัวเองในกรุงเทพฯ หลีกเลี่ยงการเดินทางหากไม่มีความจำเป็น
ส่วนสถานทูตญี่ปุ่นออกแถลงการณ์โดยกระทรวงต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. ระบุว่าญี่ปุ่นกำลังติดตามสถานการณ์ในกรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นและงดการใช้ความรุนแรง ทั้งยังแสดงความหวังว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติเร็วๆ นี้ผ่านการเจรจา
ด้านหนังสือพิมพ์ไอริช ไทมส์ รายงานว่า ผู้ชุมนุมได้ดำเนินการ "ประชาชนปฏิวัติ" ด้วยการไปล้อมสถานที่ราชการหลายแห่ง และสถานีโทรทัศน์ หลังจากประกาศให้วันที่ 1 ธ.ค. เป็นวันแห่งชัยชนะ
สำหรับ บีบีซี ซึ่งเป็นสื่อชื่อดังแห่งอังกฤษ รายงานข่าวและภาพเหตุการณ์ในไทยเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญประจำวัน หรือ Top News Story โดยนายโจนาห์ ฟิชเชอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงเทพฯ รายงานว่า ผู้ชุมนุมได้เข้าไปยังสถานีโทรทัศน์หลายแห่งด้วยกันและเจรจาเพื่อให้มีการถ่ายทอดสัญญาณ ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้น ตำรวจได้สกัดผู้ชุมนุม พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่หลายคนปฏิเสธข่าวลือที่ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางออกนอกประเทศ ขณะที่เมื่อวันศุกร์ (29 พ.ย.) นางสาวยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์บีบีซีว่าสถานการณ์ในประเทศยังไม่สงบพอจัดการเลือกตั้ง พร้อมย้ำให้มีการเจรจาเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์
ส่วนหน้าเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น ก็ได้จัดวางรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ในไทยไว้ในหน้าแรกเช่นกัน พร้อมขึ้นหัวว่า "ความตึงเครียดในไทย" (Thai tensions) ซึ่งภายในหัวข้อนี้มีรายงานข่าวความเคลื่อนไหวในไทย โดยล่าสุดคือข่าวที่ว่าผู้ชุมนุมเดินทางไปตามสถานีโทรทัศน์ อีกทั้งข่าวการชุมนุมในไทยยังติดอันดับข่าวยอดนิยมอีกด้วยเป็นข่าวที่ 4 ในจำนวน 5 ข่าว ก่อนหน้านี้ในการให้สัมภาษณ์แอนนา โคเรน ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธว่าไม่ใช่หุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ด้านสื่ออื่นๆ อย่างสถานีโทรทัศน์ ฟรานซ์ 24 รายงานสถานการณ์ว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย และ บาดเจ็บ 5 คนจากกระสุนปืนในเหตุปะทะกันในบริเวณรามคำแหง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความวิตกว่าสถานการณ์อาจตึงเครียดยิ่งขึ้นวานนี้ (1 ธ.ค.)
เกาะติดใช้แก๊สน้ำตา
สื่อต่างชาติหลายสำนักรายงานเกาะติดสถานการณ์ที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุมทั้งที่ทำเนียบรัฐบาลและสำนักงานตำรวจนครบาล โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า วานนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางไปยังสถานที่ราชการสำคัญต่างๆ เพิ่ม ทำให้ตำรวจต้องเรียกกำลังเสริมเพื่ออารักขารัฐสภาและทำเนียบรัฐบาล
นักข่าวรอยเตอร์ที่รอสัมภาษณ์ นางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งเข้าไปภายในกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุม ได้รับแจ้งว่า นายกฯเดินทางออกไปแล้ว หลังจากผู้ชุมนุมรุกเข้าไปในบริเวณของสโมสรตำรวจ
ขณะที่สำนักข่าวดีพีเอและเอเอฟพี ต่างรายงานความเคลื่อนไหวการชุมนุมในกรุงเทพฯ ว่า ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่พยายามพังแนวกั้นเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาลและกองบัญชาการตำรวจนครบาล นอกจากนี้ ยังรายงานเหตุปะทะกันของกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลกับนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาและฉีดน้ำสลายผู้ชุมนุมที่พยายามบุกไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่พยายามฝ่าแนวแบริเออร์ นอกจากนี้ยังมีการใช้แก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุมใกล้สำนักงานตำรวจนครบาล
เอเอฟพี ระบุว่า นายกฯ ไม่ได้อยู่ในทำเนียบรัฐบาล และรัฐบาลปฏิเสธข่าวลือเรื่องที่นายกฯ มีแผนหลบหนีออกนอกประเทศ แต่ก็ไม่มีรายงานชัดเจนว่าขณะนี้นายกฯอยู่ที่ไหน





