การเมืองตึงเครียดหนักกลุ่มนักศึกษารามคำแหงพร้อมศิษย์เก่าเปิดเวทีหน้ามหาวิทยาลัยขับไล่นปช.พ้นสนามราชมังคลาฯเกิดเหตุชุลมุนคนเสื้อแดงผ่าน
การเผชิญหน้าของมวลชนฝ่ายต่อต้านและสนับสนุนรัฐบาลตึงเครียดมากยิ่งขึ้น เมื่อเกิดเหตุชุลมุนบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งมีการตั้งเวทีของกลุ่มนักศึกษาและศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยที่ห่างออกไปไม่ไกลบริเวณสนามราชมังคลากีฬาสถาน มีการรวมตัวกันของกลุ่มคนเสื้อแดงหลายหมื่นคนที่ระดมมาจากหลายจังหวัด
เวทีที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงถูกเปิดขึ้นเมื่อวานนี้ (30 พ.ย.) บริเวณหอนาฬิกาด้านหน้ามหาวิทยาลัย หลังจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยสั่งปิดการเรียนการสอนตั้งแต่วันศุกร์ที่ 29 พ.ย.เพื่อความปลอดภัย โดยมีทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเข้าร่วมชุมนุม หัวข้อหลักที่แกนนำปราศรัยบนเวที คือ การเรียกร้องให้ตำรวจจัดการกรณีนักศึกษาหญิงของมหาวิทยาลัยรามคำแหงถูกทำร้ายจากกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล และให้แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ย้ายสถานที่ชุมนุมจากสนามราชมังคลาฯ ไปใช้สถานที่อื่น
เวลาประมาณ 16.45 น. พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผู้กำกับการ สน.หัวหมาก ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เดินทางเข้ารับหนังสือจากตัวแทนนักศึกษา โดยมีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ คือ 1.ให้ นปช.ออกจากสนามราชมังคลาฯ 2.ให้ส่งตำรวจมาดูแลความปลอดภัยที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง 3.ให้จับคนร้ายที่ทำร้ายนักศึกษา และ 4.ไม่ยอมรับรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ขณะที่บรรยากาศกำลังเป็นไปด้วยดี ปรากฏว่ามีประชาชนสวมใส่เสื้อสีแดง 2 คนเดินผ่านบริเวณถนนรามคำแหง ฝั่งตรงข้ามจุดปราศรัย เมื่อกลุ่มนักศึกษาเห็น จึงวิ่งกรูเข้าหา และเป่านกหวีดเสียงดังสนั่น จากนั้นได้เข้าไปรุมเพื่อถอดเสื้อสีแดง จนเกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น ส่งผลให้นักศึกษาที่นั่งชุมนุมอยู่บริเวณหน้าหอนาฬิกาจำนวนมากวิ่งตามไปจนเต็มถนนทั้งสองฝั่ง ส่งผลให้รถยนต์ไม่สามารถผ่านได้
ด้านแกนนำพยายามตะโกนขอให้นักศึกษากลับเข้าที่ตั้ง แต่ก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เบื้องต้นมีรายงานผู้บาดเจ็บ 1-2 ราย มีรถของหน่วยกู้ภัยเอกชนพาออกไป ระหว่างนั้นยังมีแก๊งรถจักรยานยนต์ขี่มาก่อกวน และมีรถแท็กซี่ที่มีคนเสื้อแดงนั่งอยู่ในรถแล่นผ่านมาด้วย ทำให้เกิดการชุลมุนขึ้นอีกหลายระลอก มีการเข้าไปล้อมกรอบรถแท็กซี่และทุบรถ แต่แกนนำได้พยายามขัดขวางกระทั่งเหตุการณ์สงบ
อย่างไรก็ดี นักศึกษาและศิษย์เก่าอีกจำนวนหนึ่งได้จับกลุ่มเดินเท้ามุ่งหน้าไปยังสนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมนุมของคนเสื้อแดง ทำให้ตำรวจซึ่งเฝ้าระวังอยู่แล้ว ต้องตั้งแนวสกัดร่วมกับการ์ดอาสาเพื่อไม่ให้กลุ่มนักศึกษาฝ่าเข้าไป และนำรั้วเหล็กมากั้นบริเวณปากซอยรามคำแหง 61 ขณะที่บรรดาแกนนำต้องขึ้นรถปราศรัยเรียกร้องขอให้ "ลูกพ่อขุน" เข้าไปชุมนุมที่จุดเดิม โดยระบุว่าได้รับอนุญาตจากทางมหาวิทยาลัยแล้วว่าจะเปิดให้เข้าไปชุมนุมในพื้นที่มหาวิทยาลัยได้ จึงทำให้ผู้ชุมนุมทั้งหมดยอมถอยกลับที่ตั้ง
อธิการรามฯวอนยุติยั่วยุ
เวลาประมาณ 17.50 น. นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญผล อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การชุมนุมบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเรียบร้อยดีแล้ว แต่ยังไม่ทราบสาเหตุการปะทะที่ชัดเจน ทราบว่ามีรถแท็กซี่สีเหลือง-เขียวคันหนึ่งขับผ่านมา แล้วนักศึกษาเข้าไปทุบรถ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
นายวุฒิศักดิ์ กล่าวต่อว่า อยากให้ทุกฝ่ายยุติการยั่วยุ เพราะก่อนหน้านี้มีกลุ่มมอเตอร์ไซค์ขับมาแสดงท่าทียั่วยุ มีการกรีดรูปพ่อขุน และนักศึกษาผู้หญิงถูกตบ ทำให้นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่พอใจ ล่าสุดตนได้ประสานให้นักศึกษาเข้ามาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้ คาดว่าจะมีนักศึกษามาสมทบเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน
"ศอ.รส. (ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย) ควรมีท่าทีที่ชัดเจนกว่านี้ ควรเรียนรู้เรื่องมวลชนให้ดี ไม่เช่นนั้นจะแก้ไขอะไรไม่ได้" อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าว
ศอ.รส.สั่งปิดถนนหน้ารามฯ
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส. แถลงเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกันว่า สามารถระงับเหตุวุ่นวายที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้แล้ว โดยเฉพาะการที่ผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งพยายามเดินไปที่หน้าสนามราชมังคลากีฬาสถาน โดย ศอ.รส.ใช้กำลังตำรวจประมาณ 600 นายตรึงป้องกันเอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า และได้สั่งปิดถนนรามคำแหงตั้งแต่แยกลำสาลีถึงแยกพระรามที่ 9 เพื่อความสะดวกในการควบคุมสถานการณ์
ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน มีเหตุวุ่นวายขึ้นอีกจุดหนึ่ง คือ บริเวณแนวแบริเออร์หน้าวัดเบญจมบพิตร และแนวแบริเออร์สะพานชมัยมรุเชฐ ก่อนเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยมวลชนของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) ประมาณ 1,000 คน ได้เคลื่อนจากที่ตั้งแยกนางเลิ้งไปประชิดที่แนวกั้นแบริเออร์ และยืนเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งอยู่หลังแนวแบริเออร์และรั้วลวดหนาม จากนั้นผู้ชุมนุมได้ตัดรั้วลวดหนาม แล้วนำกระสอบทรายไปถมไว้แทน
กปปส.บุกควบคุมพื้นที่ กสท - ทีโอที
สำหรับความเคลื่อนไหวการชุมนุมในจุดอื่นๆ นั้น ยังคงมีมวลชนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและขับไล่ระบอบทักษิณกระจายอยู่ตามเวทีต่างๆ ได้แก่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กระทรวงการคลัง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แยกนางเลิ้ง และเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์
ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าวาน ผู้ชุมนุมจากศูนย์ราชการฯ ได้เดินเท้าเข้าไปควบคุมพื้นที่ บริษัท กสท คมนาคม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากศูนย์ราชการฯ อาคารบีมากนัก ตามที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กปปส.ได้ประกาศเอาไว้ ซึ่งกิจกรรมของผู้ชุมนุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย เพราะไม่มีการตั้งด่านสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ชุมนุมก็ไม่ได้เข้าไปในอาคารแต่อย่างใด ขณะที่ผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งได้ไปคล้องกุญแจที่ประตูทางเข้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทุกประตู หวังไม่ให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เข้าไปทำงานได้
ส่วนที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน คนเสื้อแดงได้ทยอยเดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ เพื่อเข้าร่วมชุมนุมแสดงพลังตามที่แกนนำประกาศนัดหมายไว้จนเต็มสนาม จำนวนผู้ชุมนุมหลายหมื่นคน
เลขาฯสมช.รับหวั่นมวลชน2ฝ่ายปะทะ
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า จากการประชุมสรุปสถานการณ์ ประเมินว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมีจำนวนมากทั้งสองฝ่าย สิ่งที่ต้องระมัดระวังคืออย่าให้เกิดการปะทะกัน และยังพบว่ามีมือที่สามจะเข้าไปสร้างสถานการณ์แทรกซ้อน ซึ่งสามารถแทรกซ้อนได้ทั้งสองกลุ่ม ไม่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ส่วนประชาชนที่ไปเฝ้าตามศาลากลางจังหวัดต่างๆ ก็ต้องระวังเช่นกัน ต้องมีดุลยพินิจ อย่าให้เกิดการปะทะกัน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งประชาสัมพันธ์ และในพื้นที่ที่สุ่มเสี่ยงมากๆ ก็ได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแล ไปยับยั้ง ไปอยู่ตรงกลางคอยแจ้งเตือนประชาชน หากมีการปะทะจะทำให้สถานการณ์บานปลายได้ ตรงนี้ต้องระวัง





