รัฐ-เอกชนงัดแผนรับมือการเมืองร้อน

รัฐ-เอกชน เตรียมแผนรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง "พงษ์ศักดิ์" สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านพลังงาน
รัฐ-เอกชน เตรียมแผนรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง "พงษ์ศักดิ์" สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านพลังงาน ทั้ง น้ำมัน ไฟฟ้า ก๊าซ กฟผ.ยันไม่หยุดผลิต-ตัดไฟ ชี้ยังใช้มาตรการเฝ้าระวังระดับ 1 "ชัชชาติ" สั่งหน่วยงานใต้สังกัดเพิ่มเจ้าหน้าที่ เตรียมแผนสำรองกรณีพนักงานหยุดงานจำนวนมาก เพิ่มกำลังตำรวจป้องสนามบิน ด้านแบงก์เผยพร้อมปิดสาขาพื้นที่เสี่ยง
เหตุการณ์ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะยุติลงได้เมื่อใด และการเคลื่อนมวลชนไปยังหน่วยราชการหลายแห่งในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกิดอุปสรรคต่อการทำงาน องค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชน จึงเตรียมแผนรับมือกรณีเหตุการณ์บานปลายยิ่งขึ้น
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่าได้มีการจัดประชุมผู้บริหารกระทรวงพลังงาน เมื่อ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อหารือการรับมือกับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการดูแลความมั่นคงด้านพลังงาน ทั้งระบบไฟฟ้า และการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซหุงต้ม เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ โดยในส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือ กฟผ. ยืนยันแล้วว่า กฟผ.จะไม่มีการดับไฟ หรือ หยุดผลิต
กฟผ.ใช้มาตรการเฝ้าระวัง
ด้านนายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ได้หารือกับทางกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กฟผ.แล้วซึ่งทางตัวแทนสหภาพฯ ยืนยันว่าจะไม่มีดำเนินการใดๆ จนนำไปสู่กรณีไฟฟ้าดับในวงกว้าง
ส่วนข่าวว่าตัวแทนสหภาพฯบางรายปราศรัยบนเวทีหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่าจะมีตัดไฟฟ้า ได้สอบสวนแล้ว และเจ้าตัวได้ระบุว่าไม่ได้พูดเช่นนั้น
ในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงไฟฟ้าของกฟผ.มี 3 ระดับ คือ ระดับ 1 การเฝ้าระวัง ซึ่งจะมีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ระดับ 2 การตั้งวอร์รูมเพื่อประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะใช้ในกรณีที่ได้รับการยืนยันว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาปิดล้อมโรงไฟฟ้า และระดับ 3 หากกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีไม่เพียงพอ จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วย โดยขณะนี้กฟผ.ใช้มาตรการเฝ้าระวังเท่านั้น
แหล่งข่าวจากกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กรมมีความพร้อมสำหรับเตรียมพร้อม โดยขณะนี้ได้ใช้มาตรการดูแลความปลอดภัยด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ระดับ 2 คือ ดูแลการเพิ่มความถี่และอัตรากำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจตราสถานีบริการน้ำมันและก๊าซ รวมทั้งรถขนส่ง ในจุดที่อาจจะมีการแจ้งบอกเหตุ การแจ้งเตือนไม่ให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งเข้าไปใกล้ จุดบริเวณที่มีการชุมนุม
สำหรับมาตรการของกรมฯ มี 3 ระดับ ระดับ 1 คือ สถานการณ์ปกติ ส่วนระดับ 3 คือ การสั่งให้หยุดการบริการหรือการขนส่ง ในจุดหรือเส้นทางที่เห็นว่ามีความเสี่ยงที่อาจจะก่อให้เกิดอันตราย
นายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (พีทีทีจีซี) กล่าวว่าการชุมนุมทางการเมืองทำให้การดำเนินธุรกิจสะดุด ลูกค้าไม่สะดวกในการเดินทางเข้ามาติดต่อธุรกิจ ถึงแม้ว่าการทำงานขณะนี้จะมีที่ทำงานสำรองก็ตาม โดยจากการประเมินสถานการณ์พบว่ากระทบยังไม่รุนแรง ยังอยู่ในขอบข่ายของแผนปฏิบัติการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (บีซีเอ็ม) ขั้นต้น ระยะ 5-7 วัน เท่านั้น แต่หากการชุมนุมยืดเยื้อ อาจต้องใช้แผนที่ 2 มาดูแล เช่น การจัดหาที่ทำงานสำรองเพิ่มเติม หรือไปทำงานที่ระยอง เฉพาะหน่วยส่วนที่มีความสำคัญ ในการติดต่อบุคคลภายนอก
"ผลกระทบขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ทั้งหมด แต่ที่เริ่มเห็นคือการใช้น้ำมันเริ่มลดลง และจะมีผลกระทบต่อโรงกลั่น แต่ก็เชื่อว่ารายได้ยอดขายจะใกล้เคียงกับเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้"
หวั่นปิดสนามบินสุวรรณภูมิ
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมรับมือ แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วน คือ 1.ในส่วนของพนักงาน ให้ฝ่ายบริหารทำความเข้าใจว่าการแสดงออกทางการเมืองโดยเข้าร่วมการชุมนุมเป็นสิทธิส่วนบุคคล สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องไม่กระทบการให้บริการประชาชน ขณะเดียวกันฝ่ายบริหารต้องจัดเตรียมมาตรการสำรองกรณีที่มีพนักงานหยุดงานเกินกว่าจำนวนที่คาดการณ์ไว้ เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกหน่วยงานจะมีแผนสำรองไว้แล้วแต่ต้องปรับแผนให้เหมาะสมกับสถานการณ์
2.ในส่วนของเหตุที่เกิดจากฝ่ายอื่นๆ นั้น ให้หน่วยงานที่มีความเสี่ยง เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เตรียมพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัย และเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่
"เป็นห่วงพื้นที่ที่เปิดให้บริการประชาชน โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่เชื่อว่าครั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่น่าใช้วิธีปิดอีก เพราะมีบทเรียนมาแล้ว หากใช้วิธีนี้จะยิ่งขาดความชอบธรรม แต่กระทรวงฯ ก็ไม่ประมาท"
ทอท.เพิ่มเจ้าหน้าที่รับมือเหตุฉุกเฉิน
ด้าน นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ทอท.ได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ ประมาณ 2 กองร้อย เพื่อมาดูแลรักษาความปลอดภัยและร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จัดทำแผนรองรับกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อม
"แผนขั้นที่ 1 คือ กรณีที่ไม่มีการชุมนุมประท้วงในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลโดยรอบบริเวณ ส่วนแผนขั้นที่ 2 คือ มีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมา จะประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้มาดูแลรักษาความปลอดภัย"
เรืออากาศโทจตุรงคพล สดมณี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยว่า ได้ประสานงานไปยังหน่วยความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเตรียมพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือมีกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อม รวมทั้งประสานกับกองทัพอากาศเพื่อเปิดทางเข้าออก
บีทีเอส คุมเข้มมาตรการ รปภ.
นายอาณัติ อาภาภิรม ประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส กล่าวว่า บีทีเอสได้เพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยในสถานีโดยสารมาอยู่ในระดับที่ 2 จากที่มีอยู่ 3 ระดับ คือ ระดับปกติ ระดับเข้ม และเข้มที่สุด โดยในระดับเข้ม จะมีการเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมากขึ้น แต่ยังให้บริการเดินรถตามปกติ แต่จะเพิ่มระดับเข้มเป็นพิเศษในสถานีที่มีการนัดชุมนุมในบางวัน เช่น สถานีอโศก
แบงก์พร้อมปิดสาขาในพื้นที่เสี่ยง
นางสาวพรรณพร คงยิ่งยง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารได้ปฏิบัติตามแผนความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ (BCP) เพื่อรับมือสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาจะพิจารณาปิดหรือเปิดสาขาในพื้นที่ที่เห็นว่ามีความเสี่ยง หากเห็นว่าสถานการณ์เข้าสู่ภาวะฉุกเฉินและไม่ปลอดภัยสามารถปิดสาขาได้ทันที
"สถานการณ์ในช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้น่าเป็นห่วง เมื่อมีเหตุรุนแรงไม่ปลอดภัยก็ปิดสาขา ที่ผ่านมาไม่ได้ปิดสาขาเพราะส่วนใหญ่จะชุมนุมช่วงเย็นพ้นเวลาทำการแล้ว ส่วนสาขาในห้างเปิดบริการปกติเช่นเดียวกับเครื่องเอทีเอ็ม เพราะเป็นช่วงเบิกถอนเงินเดือน"
ด้าน นายชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารปิดสาขาที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากการชุมนุม โดยพิจารณาตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นไปตามแผนความต่อเนื่องของธนาคารที่อนุญาตให้แต่ละสาขาสามารถปิดดำเนินการได้ทันทีหากความเสี่ยงเริ่มเพิ่มขึ้น
ส่วนการให้บริการเอทีเอ็มของธนาคารจะพิจารณาเป็นทำเล ขณะที่การใส่เงินจะพิจารณาตามความเหมาะสม เพราะเป็นช่วงสิ้นเดือนซึ่งลูกค้าจะมีความต้องการเบิกใช้เงินผ่านเครื่องเอทีเอ็มจึงต้องจัดสรรให้เพียงพอ
'เอไอเอส-ดีแทค'เพิ่มสัญญาณมือถือ
นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า หากสถานการณ์ทางการเมืองยกระดับความรุนแรงมากขึ้น บริษัทเตรียมแผนสำรองหรือมาตรการฉุกเฉิน โดยแยกเป็น 2 ส่วน คือ 1.ดูแลความปลอดภัยของพนักงาน และ 2.ดูแลลูกค้าเอไอเอสให้ใช้งานโครงข่ายได้ตามปกติ
"เอไอเอส มอนิเตอร์การใช้งาน ความหนาแน่นของโครงข่ายอยู่ตลอดเวลา โดยในพื้นที่ชุมนุมหรือพื้นที่ที่ผู้ชุมนุมประกาศจะเดินทางไป จะเร่งตรวจสอบว่าสามารถรองรับการใช้งานได้มากน้อยเพียงใด มีรัศมีส่งสัญญาณหรือไม่ ส่วนการเพิ่มสัญญาณในพื้นที่ชุมนุมต้องใช้วิธีนำสถานีฐานชั่วคราวมาติดตั้ง และเพิ่มความแรงสัญญาณการใช้งานให้แรงสุด"
นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ในช่วงนี้ดีแทคได้มอนิเตอร์การใช้งานโครงข่ายอย่างใกล้ชิด และเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่ายในพื้นที่ที่ใช้งานหนาแน่น รวมทั้งจัดทีมเฝ้าดูการใช้งานในพื้นที่อยู่ตลอดเวลาเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉิน โดยจะทำสุดความสามารถเพื่อให้โครงข่ายใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง




