บช.น.กำชับตำรวจจัดระเบียบตากผ้าในวัดเบญฯ หลังพระในวัดโวย
ในวันนี (29 พ.ย.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้กำชับสั่งการไปยังผู้บังคับบัญชาที่ทำการส่วนหน้าแนวกั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนในจุดต่างๆ โดยให้จัดระเบียบราวตากผ้า การแขวนผ้า และอุกปรณ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่จำเป็นให้เป็นระเบียบมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่หน้าวัด และสถานที่ราชการต่างๆ ภายหลังพระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท หัวหน้าพระวิทยากรประจำพระอารามหลวง วัดเบญจมบพิตร โพสต๋ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "ไม่สามารถเข้าวัดได้ เพราะตำรวจกั้นแท่นแบริเออร์ รั้วลวดหนาม และติดข้อความ “เขตพื้นที่ใช้แก๊สน้ำตา ห้ามฝ่าฝืนกฎหมายเข้ามาโดยเด็ดขาด” ซึ่งเป็นปัญหาเดิมๆ ที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ไม่เคยคิดจะแก้ไขให้กับทางวัด"
พระมหาอภิชาติ เขียนข้อความระบุว่า "กองบัญชาการตำรวจนครบาลประกาศให้พื้นที่หน้าวัดเบญจมบพิตร ซึ่งเป็นวัดประจำพระราชวังดุสิต และเป็นโบราณสถานของชาติไทย เป็นเขตพื้นที่ใช้แก๊สน้ำตา ห้ามฝ่าฝืนบุกรุกเข้ามาเด็ดขาด ซึ่งเห็นว่าพระภิกษุ และสามเณร 80 รูปที่อยู่ในวัดคงไม่อยู่ในสายตาของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเวลานี้พระวัดเบญจมบพิตรส่วนมากแขวนบาตรแล้ว
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยปราบจราจลบางคนนำเสื้อเครื่องแบบชุดตำรวจปราบจราจลสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้น ผ้าขาวม้า และกางเกงชั้นในตากอยู่ริมรั้วของท่านคุณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร ซึ่งเห็นว่า สงสารที่พวกเขาต้องมาลำบาก แต่เขาทำไม่ถูก ภาพมันฟ้องอยู่แล้วว่าพวกเขาทำอะไรไว้ในวัด ตนถามว่าการทำแบบนี้สร้างความลำบากใจให้พระเณรมากแค่ไหน
กอนหน้านี้พระมหาอภิชาติ เคยร้องเรียนว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำแท่นแบริเออร์ และลวดหนามมาปิดกั้นทางเข้าออกวัด ในช่วงที่มีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ทำให้พระและสามเณรอยู่แบบอดอยากมาเป็นเดือน เนื่องจากไม่มีประชาชนเข้ามาทำบุญตักบาตร และพระสงฆ์ในวัดก็ไม่สามารถออกไปบิณฑบาตได้ สุดท้ายพระเณรต้องทำอาหารฉันกันเอง นอกจากนี้ ตำรวจได้เข้ามาอาศัยวัดเป็นที่กินนอน ซ้ำยังทิ้งเศษขยะให้พระและสามเณรต้องตามเก็บเอาไปทิ้ง และยังใช้สถานที่ของวัดฝึกปราบจลาจล





