เปิดหน้าท้าชน! มติปชป.ช่วย"สุเทพ"แต่ห้าม ส.ส.ลาออกเพิ่ม เปิดทางคนมีแนวคิดปฏิรูปประเทศเข้าปชป. "เพื่อไทย"สั่งส.ส.ระดม"เสื้อแดง"
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) บ่ายวานนี้ (28 พ.ย.) หลังเสร็จสิ้นจากมติในญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีรายบุคคล เพื่อประเมินสถานการณ์การเมืองและกำหนดท่าทีของพรรค
แหล่งข่าวระดับสูงของพรรคปชป.เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปว่า พรรคให้เอกสิทธิ์ ส.ส.ทุกคน ยกเว้นผู้ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค สามารถไปร่วมเวทีชุมนุมได้อย่างอิสระ แต่มีเงื่อนไขว่าห้ามอ้างถึงพรรค หรือดึงพรรคเข้าไปเกี่ยวข้อง และไม่อนุญาตให้ ส.ส.ลาออกเพิ่มอีก เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็มีผู้เสนอให้ ส.ส.ลาออกทั้งหมด เพราะออกแค่ 8-9 คนไม่มีผล แต่หัวหน้าพรรคและผู้ใหญ่ของพรรค ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม แนวทางของ ส.ส.พรรคจะไม่ไปขัดขวางการเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ
นอกจากนี้ ยังมีการหารือกันถึงสถานการณ์ด้วยว่า ในที่สุดหากนายกรัฐมนตรีตัดสินใจยุบสภา พรรคก็จะลงสมัครรับเลือกตั้งตามระบบปกติ โดยหัวหน้าพรรคมองว่าไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธการเลือกตั้งเหมือนครั้งที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นจะทำให้พรรคถูกโจมตีจนเสียหาย
"อภิสิทธิ์"โต้นายกฯไม่มีสิทธิให้ยุติชุมนุม
ด้านนายอภิสิทธิ์ แถลงจุดยืนของพรรค ตอนหนึ่งระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีสิทธิมาเรียกร้องให้ใครยุติการชุมนุม เพราะเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดและเป็นสิทธิอันชอบธรรม ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเคลื่อนไหวสนับสนุนการต่อสู้ของประชาชนและสมาชิกทุกคนต้องพร้อมรับผิดชอบตัวเอง
ทั้งนี้ พรรคเดินหน้าล้มระบอบทักษิณ เพราะรัฐบาลนี้หมดความชอบธรรมแล้ว หลังจากไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ และผลักดันกฎหมายที่เป็นอันตรายต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม ใช้เล่ห์กลสกัดการแสดงออกของประชาชน โดยหัวหน้ารัฐบาลปราศจากสำนึก
"วันนี้นายกรัฐมนตรีไม่มีสิทธิเรียกร้องหรือเป็นเจ้าภาพพูดคุยหาทางออก เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นศูนย์กลางของปัญหาของประเทศในขณะนี้ สังคมจะหาคำตอบให้ประเทศเอง และพรรคยืนยันว่าการต่อสู้คู่ขนานนี้ กระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นไปตามระบอบรัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์และ ส.ส.พรรค จะไม่เข้าไปรับตำแหน่งอะไรในการต่อสู้นั้น เว้นแต่จะเป็นไปตามวิธีตามระบอบรัฐสภาเท่านั้น"
เปิดทางคนมีแนวคิดปฏิรูปเข้าปชป.
หัวหน้าพรรคปชป. กล่าวว่า จะมีการประชุมใหญ่พรรคเพื่อรองรับแนวทางปฏิรูปพรรค ซึ่งพรรคจะอาศัยการปฏิรูปพรรคครั้งนี้ เป็นเครื่องมือสนับสนุนการปฏิรูปประเทศ ดังนั้นขอเชิญชวนผู้มีศักยภาพมีแนวคิดในการปฏิรูปประเทศ ให้มาอาศัยกลไกพรรคประชาธิปัตย์เป็นแนวร่วมในการปฏิรูปประเทศต่อไป โดยพรรคจะเดินสายเชิญชวนคนมีแนวคิดปฏิรูปประเทศมาร่วมกระบวนการนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากรัฐบาลยังอยู่เฉยจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกคนต้องออกมาช่วยกัน ต้องออกมาให้รู้กันว่าคนหน้าด้านจะเอาชนะสำนึกของสังคมได้ เชื่อว่าสังคมมีภูมิปัญญาให้ปฏิรูปสังคมให้เดินหน้าต่อได้
พท.แก้เกมให้นายกฯแจงผ่านทีวีสู้
ส่วนพรรคเพื่อไทย(พท.) ก็ได้มีการประชุมส.ส.เช่นเดียวกัน อดีตรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยเครือเนชั่นว่า มีข้อสรุปถึงการรุกกลับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลว่า จากนี้ไปต้องใช้กลไกของรัฐทำความเข้าใจกับประชาชนในเชิงรุกยิ่งขึ้น นอกจากการให้ส.ส.ของพรรคชี้แจงในพื้นที่แล้ว ก็กำหนดให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชี้แจงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ชี้แจงข้อกล่าวหารัฐบาลเป็นระยะ รวมทั้งให้แกนนำตอบโต้เวทีชุมนุมทุกประเด็น
ส่วนการให้ ส.ส.ของพรรคนำมวลชนมาร่วมชุมนุมที่สนามกีฬาราชมังคลาฯ ในวันที่ 30 พ.ย.ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า มีมวลชนจำนวนมากที่สนับสนุนรัฐบาล ซึ่งกลุ่มต่อต้านไม่ใช้เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในประเทศ และคาดว่าเมื่อเข้าสู่โหมดเฉลิมฉลอง 5 ธ.ค.สถานการณ์น่าจะเบาลง
สั่งส.ส.ระดม"แดง"เติมราชมังคลาฯ30พ.ย.
ขณะที่แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้สั่งให้ ส.ส.ทุกคนระดมมวลชนมาร่วมกิจกรรมกับคนเสื้อแดงในวันที่ 30 พ.ย. ที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด ก็ให้จัดกิจกรรมโดยให้ใช้สถานที่ศาลากลางจังหวัดเป็นหลัก การจัดกิจกรรมตรงนี้ เพื่อต้องการแสดงพลังของประชาชนที่เอากับระบอบประชาธิปไตย ไม่เอาระบอบสุเทพ
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้แสดงความเห็น โดยนายชินวัฒน์ หาบุญพาด ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำคนเสื้อแดง ได้แสดงความเห็นถึงปัญหาระหว่างนปช.พรรคเพื่อไทย และ ส.ส. โดยเห็นว่าไม่อยากให้ ส.ส.ขึ้นเวที นปช. เพราะที่ผ่านมา ส.ส.เหล่านี้โดยเฉพาะ ส.ส.ที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดง ไปโหวตหนุน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ซึ่งแกนนำ นปช.อีกส่วนหนึ่งรับไม่ได้ จึงเป็นความขัดแย้งกันอยู่ของหมู่แกนนำคนเสื้อแดง จะมีไม่กี่คนที่ขึ้นเวทีได้อย่างสนิทใจ เช่น นพ.เหวง โตจิราการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องมวลชน โดยเห็นว่าทำไมมวลชนที่มาชุมนุมที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน คนไม่เยอะ ทั้งที่เป็นการเกณฑ์มากว่า 90% เป็นไปได้อย่างไรที่เกณฑ์ 6 หมื่นคน แต่มาแค่ 2 หมื่นคน จึงเกิดความสงสัยว่าทำไมเรียกมวลชนไม่ได้
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ต้องรักษาอำนาจรัฐไว้ให้นานที่สุด ซึ่งทางเดียวที่จะเอารัฐบาลลงได้ก็คือองค์กรอิสระ โดยการที่รัฐบาลเลือกเดินเกมคู่ขนานคือให้ ส.ส.ระดมคนออกมาในขณะที่ยังคุมอำนาจรัฐอยู่ ก็เป็นทั้งการขู่ และปราม โดยต้องการแสดงพลังให้องค์กรอิสระต่างๆ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ให้เห็นว่ามีคนพร้อมจะออกมาต่อสู้หากมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ
"นายกฯ-มท.1"ผ่านมติซักฟอกฉลุย
ที่รัฐสภา เมื่อวานนี้ มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไป เพื่อพิจารณาลงมติญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เปิดให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี กับ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เป็นเวลา 2 วัน
ผลปรากฏว่า ที่ประชุมได้ลงมติในกรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ด้วยคะแนนไว้วางใจ 297 คะแนน ไม่ไว้วางใจ 134 คะแนน งดออกเสียง 2 คะแนน ไม่ลงคะแนน 5 คะแนน และมีมติไว้วางใจนายจารุพงศ์ ด้วยคะแนน 296 ต่อ 135 คะแนน งดออกเสียง 4 คะแนน ไม่ลงคะแนน 4 คะแนน
14ส.ส.ฝ่ายค้านโหวตให้"ยิ่งลักษณ์"
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงผลการลงคะแนน "ไว้วางใจ" นายกรัฐมนตรี 297 เสียงนั้น พบว่ามี ส.ส.พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลได้เข้าประชุมเพื่อลงมติอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งส่วนใหญ่ได้ลงคะแนนไว้วางใจ และพบว่ามี ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน จำนวน 14 เสียง ได้ลงคะแนนให้ความไว้วางใจ นางสาวยิ่งลักษณ์ อาทิ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน , นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ, ส.ส.พรรคภูใจไทย อาทิ นางพรทิวา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท, นายจักรวาล ชัยวิรัตน์กูล ส.ส.สุโขทัย, น.ส.ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ส.ส.ราชบุรี, นางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท,นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ส.ส.นครราชสีมา,และพรรครักประเทศไทย ได้แก่ นายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
"ปุระชัย-บุญจง"ลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ
ขณะที่การลงคะแนน" ไม่ไว้วางใจ" นางสาวยิ่งลักษณ์ ที่มีส.ส.ลงคะแนน 134 เสียงนั้น นอกจากจะมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ไว้วางใจแล้ว ยังมี ส.ส.พรรคอื่นลงคะแนนนี้ ได้แก่ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ, นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ขณะที่มีผู้ที่ "งดออกเสียง" 2 เสียง ได้แก่ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯ คนที่ 1, นายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รมช.สาธารณสุข
ด้านผลการลงคะแนนไว้วางใจ นายจารุพงศ์ ที่ที่ประชุมลงคะแนนเสียงให้ 296 เสียงนั้น ส่วนใหญ่มีการลงคะแนนคล้ายกับการลงคะแนนของนายกฯ แต่มี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ คือ นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก ได้ลงคะแนนไว้วางใจ ขณะที่มี ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย งดออกเสียง คือ นายกนก ลิ้มตระกูล ส.ส.อุตรดิตถ์





