"สาทิตย์"เผยขนคนที่สนามหลวงไปเติมเวทีกระทรวงการคลัง ยันไม่ยุติเวทีราชดำเนิน ลั่นไม่ชนะไม่เลิกกลับบ้านเสียชาติเกิด
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำเวทีราชดำเนิน ประกาศ ว่า ภายในวันนี้จะมีการแบ่งคนจากเวทีสนามหลวงบางส่วนเพื่อเติมให้เต็มพื้นที่สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ซึ่งเวทีราชดำเนินจะเป็นเวทีหลักของการต่อสู้ครั้งนี้และขอให้มวลชนทุกคนโทรชวนคนรู้จักให้มาร่วมชุมนุม เพื่อเป็นการสะสมมวลชน และให้เตรียมพร้อมตลอด 24 ชม. ในการเคลื่อนขบวน โดยขณะนี้รัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำลังหายใจเฮือกสุดท้าย
ต่อมาเวลา 13.40 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำเวทีราชดำเนิน กล่าวย้ำกับผู้ชุมนุมว่า จะไม่มีการยุติเวทีราชดำเนินตามที่มีกระแสข่าวเป็นอันขาด โดยเวทีการชุมนุมจะมี 2 เวที คือ ในส่วนของเวทีราชดำเนินจะเป็นเวทีหลัก ส่วนเวทีกระทรวงการคลังจะเป็นเวทีส่วนหน้า เรายึดที่มั่นไว้ทั้งสองที่เพื่อชัยชนะของประชาชน "เราจะไม่ยุติเวทีราชดำเนิน เลิกไม่ได้จนกว่าจะได้ชัยชนะ เรามาถึงขนาดนี้เป็นเวลา 20 กว่าวันแล้ว ถ้ากลับบ้านก็เสียชาติเกิดไม่กลับเด็ดขาด” นายสาทิตย์ กล่าวและว่า ขณะนี้ที่ศาลอาญาเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังขอศาลออกหมายจับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำการชุมนุม ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการไต่สวน และยังไม่มีการออกหมายจับนายสุเทพแต่อย่างใด ส่วนที่มีข่าวว่ามีคนเอาถุงดำไปครอบปิดกล้องวงจรบริเวณแยกวัดเบญจมบพิตรนั้น ล่าสุดมีการแถลงของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็นภาพเก่าไม่ได้มีการเอาถุงดำไปครอบแต่อย่างใด ดังนั้นประเด็นเรื่องกล้องวงจรปิดยังไม่มีปัญหาใด ๆ ซึ่งมีของหลายหน่วยงานที่คอยดูแลทุกพื้นที่ของกทม. อย่างไรก็ตามเราก็ต้องช่วยกันดูแลตัวเองด้วย
จากนั้นเวลา 15.20 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำเวทีราชดำเนิน กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า จากกรณีที่รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลอนุมัติหมายจับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เเละเป็นแกนนำการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ใน 2 คดี รวม 4 ข้อกล่าวหานั้น ล่าสุดการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว ปรากฎว่าในส่วนของการนำชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่กล่าวหาว่า นายสุเทพ กระทำความผิด 2 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (3) ฐานกระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือ วิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชม โดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และมาตรา 117 ฐานยุยงให้เกิดการร่วมกันหยุดงาน ปิดงาน งดจ้างหรือร่วมกันไม่ยอมค้าขายหรือติดต่อทางธุรกิจกับบุคคลใดๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน เพื่อบังคับรัฐบาลหรือข่มขู่ประชาชน โดยทราบความมุ่งหมายดังกล่าวฯ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าไม่มีมูลเหตุจึงให้ยกฟ้อง
ส่วนกรณีนำผู้ชุมนุมปิดล้อมสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง โดยยึดเป็นที่ชุมนุมคู่ขนานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งพนักงานสอบสวน กล่าวหานายสุเทพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา116 (3) ฐานกระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชม โดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มาตรา 215 ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือใช้อาวุธ กระทำการเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และโดยเป็นผู้สั่งการหรือเป็นหัวหน้า และมาตรา 365 ฐานกระทำการโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธหรือร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป หรือในเวลากลางคืนนั้น ศาลได้อนุมัติออกหมายจับ แต่ทนายความของนายสุเทพ มีความเห็นแย้ง โดยในวันพรุ่งนี้จะอุทธรณ์ต่อไป
นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า จึงชัดเจนแล้วว่าการที่พนักงานสอบสวนขอศาลอนุมัติหมายจับการชุมนุมที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นการใส่ร้าย และไม่มีการออกหมายจับแต่ประการใด ส่วนคดีที่กระทรวงการคลังยังต้องต่อสู้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป เรามั่นใจในแนวทางของนายสุเทพ ที่จะต่อสู้ในศาลว่าได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ สงบ อหิงสา ปราศจากอาวุธ และไม่มีการทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด โดยที่ไม่ปฏิเสธคำตัดสินของศาลเหมือนกับที่พรรคเพื่อไทยปฏิเสธ แต่จะสู้ตามกระบวนการต่อไป จึงขอให้ทุกคนมีกำลังใจในการต่อสู้ว่าบนเวทีราชดำเนินถูกต้องตามกฎหมาย และอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญทุกประการ





