ป.ป.ช.มีมติตั้งจนท.รวบรวมข้อเท็จจริง"310ส.ส.-ส.ว." เสนอแก้ญัตติแก้รธน.ที่มาส.ว. แจงจะไม่นำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาพิจารณาทั้งหมด
นายสรรเสริญ พลเจียก รองเลขาธิการป.ป.ช. แถลงข่าวภายหลังคณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งคณะไต่สวนข้อเท็จจริงคำร้องกล่าวหาสมาชิกรัฐสภา (ส.ส.และส.ว.) จำนวน 310 คน ที่ร่วมลงชื่อเสนอญัตติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เกี่ยวกับที่มาของวุฒิสภา ว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ตามมาตรา 66 ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) 2554 และกรณีร้องขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 270 กรณีเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เกี่ยวกับที่มาของวุฒิสภาโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
โดยมีนายวิชา มหาคุณ นายใจเด็ด พรไชยา และนายภักดี โพธิศิริ กรรมการป.ป.ช.เป็นกรรมการรับผิดชอบสำนวน ว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้ 1.แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการป.ป.ช. ในการไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว โดยมอบหมายให้เลขาธิการป.ป.ช. ผู้ช่วยเลขาธิการป.ป.ช. ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมือง 1 และพนักงานเจ้าหน้าที่
นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า 2.ติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและเอกสารประกอบเพื่อนำมาประกอบการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง และ3.แจ้งมติคณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่าจะเริ่มดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง ทั้งนี้เนื่องจากการไต่สวนของคณะกรรมการป.ป.ช. พบว่ามีมูลความผิดจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพื่อความเป็นธรรม ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร โดยคณะกรรมการป.ป.ช.จะดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ยืนยันว่า ป.ป.ช. ไม่มีความกดดันในการทำงาน ท่ามกลางสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง ที่มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมีหลักในการพิจารณา จะไม่นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาพิจารณาทั้งหมด แต่จะดูพฤติกรรมของตัวบุคคล โดยไม่จำเป็นระบุความผิดผู้ถูกร้องเหมือนกันทั้งหมด





