วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ม็อบราชดำเนินเคลื่อน นปช.เร่งระดมมวลชน

ชุมนุมต่อต้าน"ระบอบทักษิณ"แน่นสนามหลวง "สุเทพ'"ประกาศเคลื่อนขบวน ด้านนปช.เร่งระดมมวลชน ลั่นยังปักหลักที่สนามราชมังคลาฯ

สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำเวทีการชุมนุมต่อต้านระบอบทักษิณ ที่ปักหลักอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมายาวนาน 3 สัปดาห์ จะมีการเคลื่อนขบวนในวันนี้(25 พ.ย.) ในขณะที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ คนเสื้อแดง ได้ระดมคนทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดมาร่วมชุมนุมที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

บรรยากาศการชุมนุมเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บริเวณถนนราชดำเนิน เริ่มมีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาสมทบตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ (24 พ.ย.) และเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน จนช่วงค่ำปรากฏว่าประชาชนที่เข้ามาร่วมชุมนุมหนาแน่น ด้านหน้าเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แยกเทวกรรม และยาวเลยแยกยมราช ขณะที่ถนนฝั่งด้านหลังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีผู้ชุมนุมท้ายแถวยาวไปถึงสนามหลวง และลามขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้า จนต้องปิดการจราจรลง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตั้งเวลาบริเวณสนามหลวงอีกหนึ่งเวที

ในการชุมนุมเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ได้ประกาศก่อนหน้านี้ว่าชุมนุมใหญ่ 24 พ.ย.ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 25 พ.ย. โดยใช้ชื่อ "วันมวลมหาประชาชน" ซึ่งตั้งเป้าหมายให้ประชาชนออกมาชุมนุม 1 ล้านคน และมีเป้าหมายขับไล่รัฐบาล

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมมาจากหลายองค์กร อาทิ ประชาคมชาวสีลม นัดที่สีลมคอมเพล็กซ์ เพื่อเคลื่อนไปยังถนนราชดำเนิน ,ชาวมหิดล นัดที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พระราม 6 เคลื่อนขบวนไปสนามม้านางเลิ้ง, ชาวจุฬา-ธรรมศาสตร์-เกษตรศาสตร์-รามคำแหง และทุกมหาวิทยาลัย นัดที่สนามม้านางเลิ้ง เคลื่อนขบวนไปราชดำเนิน, สมาพันธ์รัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย นัดที่บริเวณกำแพงพระบรมมหาราชวัง เคลื่อนขบวนไปราชดำเนิน

กลุ่มรวมพลคนเฟซบุ๊คต้านระบอบทักษิณจากโลกออนไลน์สู่ราชดำเนิน นัดหน้าป้อมมหากาฬ ด้านสะพานผ่านฟ้า เคลื่อนขบวนไปราชดำเนิน, ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น นัดที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เคลื่อนขบวนไปราชดำเนิน, คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล นัดที่บริเวณลานจอดรถวัดชนะสงคราม เคลื่อนขบวนไปราชดำเนิน เป็นต้น

"สุเทพ"ลั่นนำมวลชนเดินอารยะ12เส้นทาง

นายสุเทพ ได้ขึ้นเวทีที่สนามหลวง ประกาศจะนำมวลชนเดินอารยะ 12 เส้นทางในวันที่ 25 พ.ย. โดยยืนยันจะนำมวลชนเดินทางอย่างสงบ สันติ อารยะและไม่มีอาวุธ การต่อสู้ครั้งนี้เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และจะสู้จนกว่าจะชนะ ขอให้มวลชนปฏิบัติตามแกนนำบอก โดยจะเริ่มเดินแบบอารยชนเวลา 08.30 น. วันนี้(25 พ.ย.)

ทางด้าน กองบังคับการตำรวจจราจร ได้แจ้งปิดเส้นทางการจราจร เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชุมนุม จำนวน 6 เส้นทาง ประกอบด้วย 1. ถนนราชดำเนิน ตั้งแต่แยกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย - ผ่านฟ้า - สะพานมัฆวาน 2. ถนนพิษณุโลก ตั้งแต่แยกยมราช - แยกวังแดง 3. ถนนนครสวรรค์ ตั้งแต่แยกเทวกรรม - แยกนางเลิ้ง 4. ถนนราชวิถี จากแยกการเรือน - แยกราชวิถี 5. ถนนศรีอยุธยา จากแยกวัดเบญฯ - แยกพล.1 และ 6. ถนนพระราม 5 จากแยกวัดเบญฯ - แยกพาณิชย์

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกเวทีราชดำเนิน แถลงว่ามีมวลชนเข้ามาร่วมชุมนุมที่ถนนราชดำเนินเป็นจำนวนมาก โดยได้ขยายตัวตั้งแต่สนามหลวงไปถึงถึงแยกหลานหลวง ซึ่งทางแกนนำได้ทำสติ๊กเกอร์ 1 ล้านแผ่นขึ้นมาแจกจ่ายให้ผู้ชุมนุมเพื่อนับจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม มั่นใจว่าจะมีผู้ชุมนุมมาครบ 1 ล้านคนตามที่ตั้งเป้าไว้แน่นอน

นปช.ประกาศปักหลักราชมังคลา5วัน

ด้านกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้นัดระดมคนตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ได้ทยอยเดินทางมาที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ภายใต้ชื่อ "รัฐถูกประหารโดยศาลรัฐธรรมนูญ" มีโดยแกนนำและ ส.ส.พรรคเพื่อไทยทยอยเดินทางมาเช่นกัน

นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก แกนนำนปช. กล่าวว่ามีการเตรียมไว้แล้วว่าจะชุมนุมเป็นเวลา 5 วันนับตั้งแต่วันนี้ (24 พ.ย.) เป็นต้นไป เนื่องจากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจต่อเสถียรภาพของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม จะประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน เพื่อกำหนดแนวทางการชุมนุม ซึ่งในเบื้องต้นได้ประสานแกนนำและมวลชน กทม.และต่างจังหวัดแล้วให้เตรียมตัวสำหรับการชุมนุม 5 วันที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยจะมีมวลชนต่างจังหวัดทยอยเข้ามาชุมนุมอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ได้ขึ้นปราศรัย โดยประกาศว่านปช.จะไม่ยุติการชุมนุม จนกว่าการชุมนุมเวทีราชดำเนินจะยุติ

รัฐเตรียมถกพรรคร่วมเหตุการณ์ชุมนุม

แหล่งข่าวจากพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นว่า ตอนนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์น่าห่วงมาก เพราะการชุมนุมเริ่มขยายวงกว้างขึ้น ไม่ใช่เป็นประเด็นเรียกร้องแค่พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่ใช่ยุบสภา หรือลาออกแล้ว แต่กลายเป็นการไล่รัฐบาลไปแล้ว สิ่งที่ผู้ชุมนุมกระทำอยู่ตอนนี้ในลักษณะดาวกระจาย เป้าหมายคงต้องการปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา เพื่อให้หยุดกระบวนการบริหารประเทศ

"ภายใน1ถึง 2 วันนี้ คิดว่าคงจะต้องมีการหารือร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหากรัฐบาลตัดสินใจอย่างไรก็คงต้องพูดคุยกับพรรคร่วมก่อน"

ส.อ.ท.เตรียมประเมินผลกระทบ

จากสถานการณ์การเมืองที่มีแนวโน้มตึงเครียดมากขึ้น ภาคเอกชนได้เริ่มประเมินผลกระทบครั้งใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้แสดงความวิตกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองและการประกาศดาวกระจายวันนี้ (25 พ.ย.) เวลานี้ว่า ผลจากการชุมนุมขณะนี้เริ่มที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆแล้ว ในส่วนของสอท.คงไม่สามารถทำอะไรได้มาก นอกจากขอเตือนสติให้ทุกฝ่าย ทุกส่วนทุกองค์กรต้องคำนึงถึงประเทศชาติมากกว่าความต้องการของแต่ละกลุ่ม

"ในส่วนของผลกระทบต่อธุรกิจที่รุนแรงขึ้นนั้น เร็วๆนี้ผมคงจะต้องหารือร่วมกับคณะกรรมการบริหารของส.อ.ท.ในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เราไม่ต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวในทางการเมืองอยู่แล้ว แต่หากเศรษฐกิจได้รับความเสียหาย ก็อยากเตือนสติทุกคน ทุกฝ่ายทุกองค์กรให้เห็นแก่ประเทศชาติด้วย"นายพยุงศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ความคิดเห็นมีความแตกแยกหลายส่วน ต้องยึดหลักการหากเป็นไปตามอารมณ์ก็จะมีปัญหา สิ่งที่กลัวมากที่สุดตอนนี้ คือความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อประเทศ การแก้ปัญหาก็ไม่สามารถทำได้ เราต้องการประคับประคองเพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ ส่วนเศรษฐกิจถือเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญหากเศรษฐกิจไม่ดีปัญหาที่ตามมาคือปัญหาสังคม แม้ตอนนี้จะยังไม่เกิดแต่หากระยะต่อไปเศรษฐกิจไม่ดีปัญหาสังคมตามมาแน่นอน

"ผมอยากวิงวอนขอให้ทุกฝ่ายใช้สติหันมาดูที่ประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ควรทำตามระบอบประชาธิปไตยเป็นหลักสำคัญ ควรคำนึงถึงผลกระทบ ต้องหาทางออกที่ดีร่วมกัน

"ทนุศักดิ์"สั่งขรก.รับมือม็อบวันนี้

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแผนรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะดาวกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ว่าในส่วนของกระทรวงการคลังทางข้าราชการประจำ ซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลพื้นที่คงจะมีการเตรียมพร้อมรับมือ เพื่อดูแลความปลอดภัยภายในบริเวณสถานที่ราชการเป็นอย่างดี โดยไม่กังวลว่า จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังก็มีประสบการณ์เกี่ยวกับการรับมือจากกลุ่มผู้ชุมนุม

"มั่นใจว่า หากจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆ จะไม่ได้เกิดจากรัฐบาลอย่างแน่นอน และเชื่อว่า เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมมีความสบายใจในการชุมนุมแล้ว ก็จะหยุดและเดินทางกลับบ้าน เพราะขณะนี้ คนที่เดือดร้อนไม่ใช่ใคร แต่เป็นชาวบ้าน" นายทนุศักดิ์ กล่าว

สทท.เรียกถกประเมินสถานการณ์วันนี้

นางพรทิพย์ หิรัญเกตุ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (สทท.) และเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ กล่าวถึงการชุมนุมประท้วงในขณะนี้ว่า โดยยอมรับว่ามีความกังวลต่อสถานการณ์ว่าจะเกิดเหตุการณ์บานปลาย จากที่ผ่านมาการชุมนุมจะปักหลักอยู่ในพื้นที่ 2 จุด แตกต่างจากการชุมนุมที่จะดาวกระจายไปในหลายพื้นที่ดังที่เกิดขึ้น โดยในวันนี้ (25 พ.ย.) สทท.จะประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกันอีกครั้ง ก่อนจะกำหนดท่าทีในการสื่อสารแก่บริษัททัวร์ให้รับรู้ไปในทิศทางเดียวกัน

"ที่ผ่านมาเราได้สื่อสารไปยังบริษัททัวร์ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางชุมนุมเฉพาะจุด แต่เมื่อการชุมนุมดาวกระจายเป็นสิ่งที่น่ากังวลไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ได้แต่ภาวนาขอให้มีการชุมนุมอย่างสันติ เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ช่วงไฮซีซันสำหรับการท่องเที่ยว ทำให้กังวลว่าจะกระทบต่อการจำนวนนักท่องเที่ยวในต้นปีหน้า ที่จะต้องบุ๊คกิ้ง (จอง) ล่วงหน้าในช่วงปลายปีนี้"

หวั่นกระทบยอดจองนักท่องเที่ยวเอเชีย

ด้านนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า หากการชุมนุมไม่เกิดเหตุการณ์บานปลาย ยังย้ำว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวของต่างชาติ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังประเมินสถานการณ์ชุมนุมได้ยาก จะต้องรอดูสถานการณ์ 2-3 วันจากนี้ จึงจะประเมินผลกระทบต่อธุรกิจได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลกระทบต่อการบุ๊คกิ้ง (จอง) สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยในต้นปีหน้า สำหรับนักท่องเที่ยวเอเชีย ส่วนนักท่องเที่ยวยุโรป ไม่น่าส่งผลกระทบเพราะบุ๊คกิ้งล่วงหน้านานครึ่งปี

"การท่องเที่ยวอ่อนไหว ตามหลักการหากเหตุการณ์ชุมนุมรุนแรง นักท่องเที่ยวจะชะลอการตัดสินใจเดินทาง ยิ่งรัฐบาลไม่สามารถยุบสภาได้ ทำให้กังวลว่าเหตุการณ์จะลามปามไปมากกว่านี้ ปัญหาทางการเมืองจะสรุปอย่างไร"

เอไอเอส ยันไม่ตัดสัญญาณในที่ชุมนุม

นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ที่ผ่านมา เอไอเอสเคยได้รับผลกระทบทางการเมืองครั้งที่ร้ายแรงที่สุด คือรัฐประหาร 2549 ดังนั้นการชุมนุมครั้งนี้ มองในแง่ผู้ประกอบการก็ต้องดำเนินธุรกิจต่อไป

ส่วนผลกระทบแง่รายได้มองว่า บริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบเท่าไรนัก เพราะบริการโทรศัพท์มือถือยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อประชาชนโดยทั่วไป แต่ยอมรับว่าคงมีประชาชนบางกลุ่มที่ไม่เข้าใจ อาจเลิกใช้เบอร์ หรือหักซิมบ้าง

ทั้งนี้ ในแง่ของการเป็นซีอีโอบริษัทเอกชนก็กังวลว่าม็อบที่เข้าร่วมชุมนุมทั้งสองฝ่ายซึ่งมักมีปลุกระดมโดยใช้อารมณ์มากกว่าพูดด้วยเหตุผลและกฎหมาย ดังนั้น อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุนต่างชาติที่อาจจะไม่ดีนัก ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ของเอไอเอสคือกลุ่มเทมาเส็ก ได้สอบถามมาเรื่อยๆ แต่ไม่ได้กังวลเพราะเอไอเอสได้อธิบายปัญหาการเมืองมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว

นายวิเชียรกล่าวว่าการชุมนุมในกรุงเทพฯ เป็นไปไม่ได้ที่เอไอเอสจะตัดสัญญาณโทรศัพท์ แต่ในบริเวณที่ชุมนุมเกิดปัญหาโทรออกยาก หรือขัดข้อง เพราะผู้ชุมนุมจำนวนมากใช้ระบบเอไอเอส ส่งผลให้เกิดปัญหาความจุโครงข่ายไม่เพียงพอ ซึ่งได้แก้ไขโดยให้วิศวกร และรถโมบายไปเสริม รวมทั้งใช้ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยเพิ่มความแรงสัญญาณมากขึ้น

"เป็นไปไม่ได้ที่บริษัทจะตัดสัญญาณ หรือทำให้ระบบขัดข้อง เพราะการที่มีผู้ใช้งานระบบมากเท่าไร ล้วนทำรายได้ให้บริษัท"