กองทัพจับตาม็อบนกหวีดตลอด24ชม. ด้านกลาโหมแถลงจุดยืนทหาร ขออย่าดึงสถาบันปลุกม็อบรุนแรง ยกเหตุจลาจลในรวันดาเป็นบทเรียน
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลลงถึงจุดยืนของกระทรวงกลาโหมต่อสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองว่า จากสถานการณ์ที่มีประชาชนจำนวนมากออกมาชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง และจะมีการเคลื่อนย้ายไปตามสถานที่ต่างๆ ทางกระทรวงกลาโหมในฐานะหน่วยงานที่ดูแลด้านความมั่นคงมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะกรณีที่ได้มีกลุ่มผู้ที่ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์มีผลประโยชน์แอบแฝง ไม่ต้องการเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นในสังคมพยายามนำข้อมูลที่อาจเข้าข่ายการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาเผยแพร่ และส่งต่อในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจผิด และความเกลียดชัง ให้เกิดขึ้นในหมู่พี่น้องประชาชน โดยการปลุกปั่น ยุยง ด้วยการผลิตคลิปตัดต่อภาพสร้างสถานการณ์ให้กับประชาชนคนไทยทุกคนที่มีความรักชาติ เพื่อออกมาร่วมในการปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
"การแสดงออกทางการเมืองในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนทำได้อย่างเสรี ตราบใดที่เป็นการแสดงออกภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ แต่หากการกระทำใด ๆ ที่เข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในวัตถุประสงค์ใด ๆ ก็ตาม ถือเป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐบาล และกระทรวงกลาโหมที่ต้องออกมาปกป้องและถวายพระเกียรติต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทรวงกลาโหมขอวิงวอนกับผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม และประชาชนทุกคนที่ออกมาร่วมชุมนุมแสดงความเห็นต่างโดยปราศจากความรุนแรง ใช้แนวทางสันติวิธีแก้ปัญหาทางการเมือง กระทรวงกลาโหมไม่อยากเห็นความขัดแย้งของพี่น้องประชาชนแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่ายเหมือนบางประเทศที่มีการปะทะและเกิดเหตุจลาจล เช่น ประเทศรวันดาที่มีความขัดแย้งกันของประชาชนทั้งสองเผ่าที่เคยเป็นเพื่อนบ้าน ญาติ พี่น้องกัน แต่จากสถานการณ์ทางการเมืองทำให้หันมาทำร้ายและฆ่ากันเอง ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ ที่กระทรวงกลาโหมมีความห่วงใย และมุ่งหวังให้ประเทศชาติสงบสุข ขอให้ประชาชนชาวไทย มีความรักสามัคคี ปรองดองคนในชาติ"โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว
พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า ส่วนการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมนั้น ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานดูแลรับผิดชอบ โดยจะไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา โดยขณะนี้ยังไม่มีการร้องขอกำลังทหารแต่อย่างใด ส่วนที่มีข่าวลือออกมาว่า จะกองทัพจะมีเคลื่อนกำลังออกมานั้น ขอยืนยันว่าไม่มีแน่นอน ซึ่งการรักษาความสงบเรียบร้อย ขณะนี้ได้มีการนำกำลังตำรวจภูธรมาร่วมดูแลรักษาความสงบด้วย และหากผู้ชุมนุมมีการเคลื่อนที่ดาวกระจายไปตามจุดต่างๆ ทางศอ.รส.จะจัดส่งชุดเคลื่อนที่เร็วตามไปดูแล และหากมีการร้องขอกำลังทหารจะจัดส่งสารวัตรทหารที่ได้รับการฝึกในการดูแลฝูงชนเข้าไปช่วยดูแล แต่คิดว่าประชาชนคงไม่ต้องการความรุนแรง และหากมีการดาวกระจายมากระทรวงกลาโหมนั้น เราก็จะมีการจัดกำลังดูแลกระทรวงกลาโหมตลอด 24 ชั่วโมงด้วย
ด้านพ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กรณีที่เกิดกระแสข่าวว่า จะมีกำลังทหารจาก กทม.และจากต่างจังหวัดเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ใดๆก็ตาม โดยเฉพาะการทำหน้าที่ที่ไม่ได้มีคำสั่งตามรูปแบบในทางงานราชการเกี่ยวกับการชุมนุมนั้น ยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขอพี่น้องประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวลือดังกล่าว เพราะขณะนี้ในเรื่องการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมยังเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอยู่ภายใต้ศอ.รส. นอกจากนั้นจากสถานการณ์การชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลของกลุ่มของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เเละอดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ที่มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมจำนวนมาก และเตรียมที่จะเคลื่อนย้ายไปชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการไซเบอร์กลาโหม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เฝ้าติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มม็อบราชดำเนินอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานไปยังศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพให้มีการติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรายงานสถานการณ์ให้รับทราบ เนื่องจากขณะนี้มีความเป็นห่วงว่า การชุมนุมอาจจะเกิดความรุนแรง เพราะมีประชาชนเดินทางมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก จึงเกรงว่าแกนนำจะควบคุมผู้ชุมนุมไม่ได้โดยเฉพาะการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายจากกลุ่มมือที่สาม
แหล่งข่าวนายทหารระดับสูง เปิดเผยว่า ผบ.เหล่าทัพ เป็นห่วงกับสถานการณ์การชุมนุมจึงได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการเหล่าทัพติดตามสถานการณ์ พร้อมประสานงานกับศอ.รส. เพราะเกรงว่า นายสุเทพ แกนนำจะควบคุมมวลชนที่ร่วมชุมนุมไม่ได้ เพราะมวลชนที่มีจำนวนมากย่อมเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีคำสั่งใดๆ ที่จะให้ทหารออกไปสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ขณะเดียวกันหากเกิดสถานการณ์รุนแรงจนตำรวจไม่สามารถควบคุมได้ กองทัพก็มีความพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือและดูแลประชาชนทันที ซึ่งทางตำรวจได้เตรียมการไว้หมดแล้ว หากเกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้นมา โดยปฏิบัติตามหลักสากล ซึ่งทางกองทัพเป็นห่วงเรื่องมือที่ 3 มากที่สุด ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรีนั้น ยังไม่ได้มีการสั่งการหรือจัดหน่วยอารักขา ยังคงใช้กำลังตำรวจตามปกติ อย่างไรก็ตามทางกองทัพได้มีการเตรียมการรับมือไว้แล้ว เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน เพราะยังไม่ไว้ใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้





