วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลยธ.แถลงปี57ยึดนโยบายประธานศาลฎีกา

ศาลยุติธรรมแถลงยึดนโยบายปธ.ศาลฎีกา ม.112.ใช้ดุลพินิจ 63ตุลาการค้านนิรโทษไม่มีแรงเสียดทาน ศาลรธน.ตัดสินที่มาส.ว.ชัดเจน

นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงการดำเนินนโยบายศาลยุติธรรมในปี 2557 ว่า ภายหลังจากที่นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา ได้มอบนโยบายการทำงาน 3 ด้าน การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน , การพัฒนาบุคลากรและระบบงานของศาลยุติธรรม และการพัฒนาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในระดับสากล สำนักงานศาลยุติธรรมก็พร้อมดำเนินการซึ่งเรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เช่น เรื่องการปล่อยชั่วคราว ระยะหลังหลักประกันมีความซับซ้อนมากขึ้น อาจทำให้การปล่อยตัวไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เดียวกัน เราก็ให้ศึกษารวบรวมระเบียบต่างๆ ที่อาจจะมีข้อบกพร่องอื่น และเสนอประธานศาลฎีกาเพื่ออาจแก้ไขในบางประเด็นเพื่อให้การปล่อยตัวเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น รวมทั้งจะให้ความรู้ด้านกฎหมายกับประชาชนผ่านสื่อทุกช่องทาง เพราะประชาชนยังมีความรู้ด้านกฎหมายน้อย

ส่วนการพัฒนาบุคลากรและระบบงานของศาลยุติธรรม เนื่องจากปัจจุบันบางคดีมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งคดีที่เกี่ยวกับนิติวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี ซึ่งจะมีการส่งผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ไปศึกษาและอบรม นอกจากนี้ในปี 2557 จะมีการเปิดที่ทำการศาลภูมิภาคให้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล เช่น เปิดศาลจังหวัดวิเชียรบุรี ศาลจังหวัดพิมาย เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาพิพากษาคดี และประธานศาลฎีกายังให้พัฒนาระบบการพิจารณาคดีต่อเนื่อง เพราะจะช่วยลดปริมาณคดี ร่วมกับส่งเสริมกระบวนยุติธรรมทางเลือก คือ การไกล่เกลี่ยประนีประนอมข้อพิพาทในคดีแพ่งและคดีอาญาที่เป็นความผิดส่วนตัวและการพัฒนาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในระดับสากล ซึ่งศาลยุติธรรมเตรียมตั้งศูนย์นิเทศ AEC สำหรับประสานและอำนวยความสะดวกในการส่งหมายให้ข้อมูลระหว่างศาล การสืบพยานผ่านคอนเฟอร์เร้นซ์ รวมทั้งกฎระเบียบต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในการพิจารณาคดีตามข้อตกลง เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558 ซึ่งกระบวนการของศาลไทยก็มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในเอเชีย

นายภัทรศักดิ์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าปีนี้ศาลยุติธรรมจะถูกตัดงบประมาณลดลงเหมือนทุกปี แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรค เพราะเราจัดลำดับความสำคัญได้ว่าเรื่องไหนต้องเร่งดำเนินการก่อน เพื่อให้เป็นประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งในบางเรื่องก็เป็นนโยบายของประเทศ อย่างไรก็ตาม ถึงศาลจะถูกตัดงบแต่ก็ไม่มีความเป็นห่วงเรื่องค่าตอบแทนบุคลากรและเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามนโยบาย เพราะทุกเรื่องมีระเบียบกำหนดไว้

เมื่อถามถึงกรณีบางฝ่ายมองเรื่องการปล่อยชั่วคราวในคดีหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าส่วนใหญ่จะไม่ได้รับการประกัน เลขาธิการศาลยุติธรรม กล่าวว่า ข้อเท็จจริงตามคำพูดกับข้อเท็จจริงในสำนวนไม่เหมือนกัน หลักการปล่อยตัวศาล จึงใช้ดุลพินิจของศาลที่กำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันที่มีความร้อนแรง จนมีคดีเกี่ยวเนื่องกับการเมืองเข้าสู่ศาลจำนวนมาก รวมทั้งกรณีที่มีตุลาการ 63 คนออกแถลงการณ์ให้ความเห็นคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทางศาลยุติธรรมได้รับแรงเสียดทานทางการเมืองบ้างหรือไม่ เลขาธิการศาลยุติธรรม ปฏิเสธไม่มีแรงเสียดทานอะไร เพราะศาลต้องปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของประธานศาลฎีกา และที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สำหรับ 63 ตุลาการที่ออกแถลงการณ์คัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมก็ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนหรือวิจารณ์กันเข้ามา

เมื่อถามว่าประธานฎีกาแสดงห่วงใยสถานการณ์การเมืองหรือไม่ นายภัทรศักดิ์ กล่าวว่า ตามนโยบายประธานศาลฎีกา ที่ว่า ซื่อสัตย์ สุจริต ปราศจากอคติและเที่ยงธรรม แค่นี้ก็ชัดเจนอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องประเด็นที่มาส.ว. โดยส่วนหนึ่งอ้างถึงหลักนิติธรรมนั้นมี ในการพิจารณาของศาลยุติธรรมมองทิศทางเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายภัทรศักดิ์ กล่าวว่า หลักนิติธรรมเป็นเรื่องที่ต้องมีอยู่แล้วนอกเหนือจากกฎหมายที่ต้องพิจารณา เช่นหากเกิดคดีลักทรัพย์คนหนึ่งลักทรัพย์ไปเพื่อซื้อยาเสพติด กับอีกคนหลักทรัพย์ไปซื้อนมให้ลูก ทั้งสองมีความผิดมาตราเดียวกันขณะที่ศาลจะใช้ดุลพินิจตามหลักนิติธรรมที่จะรอลงอาญาคนที่ลักทรัพย์ไปซื้อนมให้ลูก แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อคนกระทำผิดแล้วอ้างว่าทำเพื่อลูกจะไม่มีความผิด ซึ่งการตีความคำว่าหลักนิติธรรมยังหาคำนิยามที่ชัดเจนไม่ได้ ดังนั้น การพิจารณาคดีต้องเน้นกฎหมายที่บัญญัติไว้