ส.ส.-ส.ว.เล็งยกเครื่องข้อบังคับการประชุม ด้าน"เจริญ"ชี้บทบัญญัติมีปัญหา โดยเฉพาะการอภิปราย-ยุติการอภิปราย
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เปิดเผยว่า มีแนวคิดที่จะขอให้มีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2551 และ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2553 หลังจากที่พบว่าการบทบัญญัติในบางข้อนั้นมีปัญหาในเรื่องของความไม่ชัดเจน ทำให้ส่งผลกระทบในการปฏิบัติ เช่น การอภิปราย และการเสนอการปิดอภิปราย ที่มีตัวบทขัดกัน ว่า สส. ได้สามารถอภิปราย แต่มีบทบัญญัติที่ระบุถึงการยุติอภิปรายได้หากที่ประชุมเห็นเป็นอย่างอื่น ด้วยการลงมติจากที่ประชุม โดยที่ผ่านมข้อบังคับการประชุมุถูกแต่ละฝ่ายยกไปปฏิบัติโดยมีการตีความที่เข้าข้างตนเอง โดยไม่ได้ยึดหลักการของบทบัญญัติ ซึ่งแนวคิดการแก้ไขข้อบังคับนั้น ตนได้คิดมานานไม่ได้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย คดีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มที่มาส.ว.ซึ่งได้เชื่อมโยงคำวินิจฉัยเข้ากับข้อบังคับการประชุม
ขณะที่นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ส.ว.ชลบุรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวว่าตนเห็นด้วยกับการแก้ไขข้อบังคับการประชุม เพราะเห็นชัดเจนว่ามีปัญหาต่อการปฏิบัติ ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ได้วินิจฉัยในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่มาของส.ว. ไม่ชอบด้วยกระบวนการ และยกในส่วนของข้อบังคับการประชุมมาเป็นเหตุผลด้วยนั้น จึงทำให้เห็นภาพของปัญหาที่ชัดเจนมายิ่งขึ้น เบื้องต้นนั้นอาจต้องมีการกำหนดบทบัญญัติหรือกำหนดกรอบปฏิบัติที่ชัดเจน





