วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กห.ปัดข่าวประเคนกองกำลังอารักขานายกฯ

โฆษกกลาโหมปัดข่าวประเคนกองกำลังอารักขานายกฯรับมือจลาจล ยันก.ม.กำลังสำรองช่วยประชาชนเป็นตามรธน.-พ.ร.บ.กลาโหม

พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง และเว็บไซด์ ที่พาดหัวว่า "กระทรวงกลาโหม ประเคนกองกำลังอารักขาปูรับมือจลาจล"โดยเนื้อหาของข่าวโดยสรุปคือ กระทรวงกลาโหม ชงตั้งกฎหมายกำลังสำรองขึ้นตรงนักการเมือง อยู่ภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยอ้างการเตรียมการรับภัยคุกคามทางการทหารและการจลาจล พร้อมคาดตั้งกองกำลังพิเศษคุ้มกันนายกรัฐมนตรีโดยตรง รวมถึงมีการกล่าวถึงหลักการเหตุผลและสาระสำคัญของการออกร่างพระราชบัญญัติกำลังสำรอง พ.ศ....

พ.อ.ธนาธิป กล่าวอีกว่า หลักการเหตุผล และสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว คือการปรับปรุงร่างกฎหมายเก่าให้ชัดเจนและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จากที่เคยเสนอคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการไป เมื่อวันที่ 28 ก.พ.49 ซึ่งได้ผ่านการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา และนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อ 19 พ.ค.52 แต่ร่างกฎหมายตกไปเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในขณะนั้น

"ทั้งนี้การที่ต้องยกร่างกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี2550 มาตรา 73 ที่กำหนดให้บุคคลมีหน้าที่ รับราชการทหาร ช่วยเหลือ ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติสาธารณะ ช่วยเหลือราชการฯ และในมาตราที่ 77 กำหนดให้รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งเขตอำนาจรัฐ โดยต้องจัดให้มีกำลังทหารยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย จำเป็นเพียงพอเพื่อรักษาเอกราชอธิปไตยและความมั่นคงของรัฐ " พ.อ.ธนาธิป กล่าว

โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น การรองรับหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมที่กำหนดขึ้นใหม่ ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมปี 2551 ที่กำหนดให้กระทรวงกลาโหมมีหน้าที่ป้องกันประเทศ ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ และช่วยเหลือประชาชน ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติกำลังสำรอง จึงเป็นกฎหมายที่จัดทำขึ้นเพื่อให้สามารถเรียกกำลังสำรองเข้ารับราชการตั้งแต่ในยามปกติ เช่น หากเกิดภัยพิบัติสาธารณะขนาดใหญ่กำลังสำรอง จะถูกเรียกเข้ารับราชการ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภัยพิบัติสาธารณะ หรือช่วยเหลือประชาชน นอกเหนือจากในยามสงคราม

พ.อ.ธนาธิป กล่าวต่อว่า เนื้อหาในร่างกฎหมาย ยังกำหนดให้มีคณะกรรมการกำลังสำรอง (คกส.) โดยมอบให้นายกรัฐมนตรีหรือ รองนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน คณะกรรมการประกอบด้วย ปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรี รวมทั้งสิ้น 34 คน ซึ่งการบัญญัติให้มีคณะกรรมการระดับชาติขึ้นมาก็เพื่อให้การบริหารจัดการบุคคลที่มาจากทุกภาคส่วนทั้งราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

"ที่สำคัญบุคคลที่เข้ามาบรรจุเป็นกำลังสำรองไม่ใช่กำลังของหน่วยใดหน่วยหนึ่ง จึงมิได้มุ่งหมายให้เป็นกองกำลังพิเศษของท่านใดท่านหนึ่ง หรือสร้างฐานอำนาจให้ใคร ยืนยันว่าไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง แม้ใครมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ต้องดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป้าหมายคือ การช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเมื่อประสบกับภัยพิบัติสาธารณะที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และจากสถานการณ์อุทกภัย ที่ผ่านมากองทัพได้จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์เข้าช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง แต่ไม่สามารถที่จะใช้กำลังสำรอง รวมถึงนักศึกษาวิชาทหารที่มีอยู่เข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่ประสบภัยได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ และไม่มีอำนาจคุ้มครองความปลอดภัยในด้านต่างๆ จึงได้ดำเนินการนำร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการตามกระบวนการต่อไป ยืนยันว่าเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศชาติ และประชาชนทุกคน ปัจจุบันนานาประเทศก็ได้มีการใช้กำลังสำรองเพื่อปฏิบัติภารกิจดังกล่าวอยู่ทั่วโลก ในการสนับสนุนกำลังหลักอยู่แล้ว”โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว