วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้ปชป.จงใจไม่ยื่นรายละเอียดซักฟอกนายกฯ

"วราเทพ"เชื่อ ปชป. จงใจไม่ยื่นรายละเอียดซักฟอกนายกฯ หวังสภาไม่รับ ใช้จุดประเด็นการเมือง

นายวราเทพ รัตนากร รัฐมตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมวิปรัฐบาลว่า ที่ประชุมวิปฝ่ายรัฐบาลได้มีการหารือถึงกรณีที่ประธานรัฐสภาไม่รับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้านเพื่อบรรจุเป็นระเบียบวาระในการประชุมสภาเนื่องจากฝ่ายค้านไม่ได้แนบเอกสารรายละเอียด โดยในส่วนของรัฐบาลมีความพร้อมในการชี้แจงเพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องตอบส่วนจะเป็นเมื่อไรนั้นก็อยู่ที่สภาจะบรรจุเป็นวาระแล้วแจ้งมาที่รัฐบาล แต่ทั้งนี้สมัยประชุมนี้จะสิ้นสุดวันที่ 28พ.ย. ดังนั้นการอภิปรายจะต้องเสร็จสิ้นไม่เกินไม่เวลาเที่ยงคืนวันที่ 27พ.ย. เพื่อเผื่อเวลาไว้ลงมติในวันรุ่งขึ้น ส่วนจะช้าหรือเร็วกว่านั้นอยู่ที่การบรรจุระเบียบวาระ

"ที่ฝ้ายค้านอ้างถึงการยื่นญัติแล้วไม่แนบเอกสารยื่นถอดถอนมาด้วยโดยอ้างธรรมเนียมปฏิบัติว่าไม่เคยทำหรือไม่ต้องการให้ฝ่ายค้านเห็นข้อสอบก็ตามผมอยากเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ออกมาพูดเรื่องนี้ให้ชัดเจนถึงวิธีปฏิบัติเรื่องนี้เป็นอย่างไร เพราะเห็นแต่คนอื่นออกมาพูดเรียกร้อง"นายวราเทพ กล่าว

นายวราเทพ กล่าวอีกว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา158 มี2วรรค วรรคแรกเป็นการยื่นญัติในลักษณะที่ไม่ได้กล่าวหาว่านายกฯหรือรัฐมนตรีมีพฤติการทุจริตต่อหน้าที่ราชการหรือฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ซึ่งยื่นญัตติโดยไม่ต้องแนบเอกสารได้ ส่วนวรรคสองระบุว่าถ้ากล่าวหาว่านายกฯและรัฐมนตรีมีพฤติการทุจริตฯต้องยื่นคำร้องถอดถอนไปยังป.ป.ช.ไปยังประธานวุฒิสภา ซึ่งมีการปฏิบัติแบบนี้มาตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี2540เป็นต้นมา แต่ครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้เป็นประเด็นการเมืองโดยไม่ยื่นคำร้องถอดถอน บอกเพียงว่าได้ยื่นหลักฐานแล้ว ตนมองอย่างอื่นเป็นไปไม่ได้นอกจากต้องการให้ประธานสภาฯ ไม่รับและต้องการให้เป็นประเด็นการเมือง แล้วก็จะอ้างต่อผู้ชุมนุมว่าถูกปิดกั้น

เมื่อถามว่าตรงกับที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานีพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศระดมมวลชน1ล้านคน ในวันที่ 24พ.ย.นี้ นายวราเทพ กล่าวว่า มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่าเป็นเทคนิคหรือตุกติกฝ่ายค้านต้องการให้เป็นประเด็นที่นำไปสู่ผลทางการเมือง ในเมื่อเรียกร้องให้นายกฯไปสภาท่านก็ไปสภา ก็อยากเรียกร้องพรรคประชาธิปัตย์ให้ทำหน้าที่ในสภาให้เป็นไปตามกรอบและวิธิปฏิบัติด้วย

นายวราเทพ กล่าวต่อไปว่า วิธีปฏิบัติเมื่อปี 2553-2554 ที่พรรคพลังประชาชนเป็นฝ่ายค้านก็มีการยื่นญัติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา158วรรคสองและถอดถอน ก็ได้แนบเรื่องคำร้องรายละเอียดการถอดถอนต่อประธานสภาประกอบในญัติด้วย ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าตอนนั้นถ้านายอภิสิทธิ์เป็นนายกแล้วฝ่ายค้านไม่ยื่นเอกสารแนบก็ต้องเรียกร้องเช่นกัน ดังนั้นตอนนี้ควรยื่นคำร้องถอดถอนที่พรรคประชาธิปัตย์มีอยู่แล้วและได้ยื่นต่อประธานสภาเพื่อบรรจุเป็นระเบียบวาระเราจะได้กำหนดวันกัน

"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของหลักฐาน แต่ประชาธิปัตย์กำลังทำให้สับสนว่าจะต้องเก็บหลักฐานรายละเอียดไว้เพราะกลัวการแก้ไขเปลี่ยนแปลง เราไม่ได้นำหลักฐานประกอบที่คุณมีข้อกล่าวหานั้นที่จะยื่นต่อป.ป.ช. แต่เราจะเอาคำร้องที่เป็นประเด็นในเรื่องทุจริตจำนำข้าว 2ล้านล้าน ที่คุณได้ยื่นไว้ต้องแนบมาด้วย เพราะถ้าไม่แนบปัญหาก็จะเกิดและเคยเกิดมาแล้วในการประชุมสภาสมัยที่แล้ว"รมต.สำนักนายกฯ กล่าว

นายวราเทพ กล่าวด้วยว่า ปัญหาที่เกิดในสมัยประชุมที่แล้วคือมีผู้อภิปราย กล่าวหาว่านายกฯและรัฐมนตรีทุจริตต่อหน้าที่หรือฝ่าฝืนกฎหมายแต่ไม่ได้ยื่นถอดถอนก็ถือว่าฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ประธานสภาก็จะไม่ทราบเลยว่ากำลังอภิปรายในประเด็นที่ยื่นถอดถอนหรือไม่ถ้าไม่มีคำร้องมาให้ดู ซึ่งครั้งนั้นนายนคร มาฉิม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายว่ารัฐมนตรีทุจริตและฝ่าฝืนกฎหมาย แต่คำร้องไม่มีระบุไว้ จึงมีการเรียกร้องให้นายนครถอนคำพูดทั้งหมดแล้วก็ลบคำอภิปรายทั้งหมด เพราะไม่ได้ทำตามรัฐธรรมนูญ และต่อจากนั้นมีการยื่นถอดถอนนายนครด้วยเพราะฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญ

"ผมยืนยันว่าประธานสภาทำถูกต้อง ลองนึกสภาพดูสิครับว่าอภิปรายกล่าวหา ถอดถอนว่าทุจริต พูดเสร็จแล้ว แต่ไม่มีการยื่นถอดถอนไว้เหตุการณ์ก็จะกลับไปเหมือนปีที่แล้ว ที่พรรคประชาธิปัตย์เอาเอกสารมาให้ในวันอภิปราย เพราะจำนนต่อการที่กลัวพูดผิดเหมือนนายนครก็จะเกิดปัญหาความวุ่นวายอีก"นายวราเทพ กล่าว