วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกนนำแดงแจ้งความจับ'สุเทพ'กบฎ

"พ.ต.ต.เสงี่ยม"แจ้งความตำรวจอุดรฯ จับ"สุเทพ"ยุงยงให้ราษฎรเป็นกบฎ ปลุกระดมมวลชนให้ร่วมกระทำความผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ว่าที่ สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส.ต.บุญเกียรติ คำเหมือน สมาชิกกลุ่มเสื้อแดงอุดรธานี และ น.ส.รัตนาวรรณ สุขศาลา ประธาน นปช.อุดรธานี เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.จักฎ์กฤษณ์ จันทรรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ชวนขชัย ชนะบัว พงส.สบ.4 สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ทวีวีฒน์ สินทวี พงส.สบ.2 เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา และพวก ในความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 , 114 , 116 และ 117 โดยนำสำเนา นสพ.แนวหน้า ฉบับวันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 และสำเนาข้อความที่มีการโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายสุเทพ มอบให้กับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

พ.ต.ต.เสงี่ยม กล่าวว่า หลังจากนายสุเทพฯขึ้นเวทีปราศรัยต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และมีการประกาศยกระดับการชุมนุม และปลุกระดมมวลชนให้ร่วมกระทำความผิด โดยกำหนดมาตรการ 4 ข้อ เป็นการอารยะขัดขืนนั้น เข้าข่ายปลุกระดมให้มวลชนต่อต้านอำนาจรัฐใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญเพื่อล้มล้างรัฐบาล เป็นส่วนหนึ่งของแผนการ หรือยุยงให้ราษฎรเป็นกบฏ ตลอดจนการเผยแพร่ผ่านสื่อ ถือเป็นการทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่ความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่การแสดงความเห็นติชมโดยสุจริต รวมทั้งยุยงให้มีการหยุดงาน ปิดงาน ไม่เสียภาษี จึงเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าว

"คดีนี้ผมได้เข้าแจ้งความไว้ที่กองปราบแล้ว และจะเดินทางเข้าแจ้งความที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และ จ.เชียงรายอีกด้วย นอกเหนือจากผมจะแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุเทพฯ แล้ว ผมกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาดำเนินคดีกับบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งดารา และบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งได้ขึ้นเวทีปราศรัยโดยมีเนื้อหาที่เข้าข่ายกระทำความผิดเช่นเดียวกัน" พ.ต.ต.เสงี่ยม กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.จักฎ์กฤษณ์ฯ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ และทำการสอบปากคำผู้เข้าร้องทุกข์ทั้ง 3 คน แต่เนื่องจากผู้เข้าร้องทุกข์ได้มีการแจ้งความไว้ที่กองปราบปรามไว้แล้ว ทางพนักงานสอบสวนจะทำการรวบรวมสำนวนทั้งหมด ส่งให้ทางกองปราบปราม เพื่อรวมเป็นเดียวกัน ตามระเบียบใหม่ของตำรวจ โดยคาดว่าจะส่งสำนวนให้ทางกองปราบฯไว้ภายในสัปดาห์หน้า