วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุภรณ์'แฉมีการขนอาวุธจากภาคใต้ร่วมม็อบ

"สุภรณ์" แฉมีการขนอาวุธจากภาคใต้ ร่วมม็อบหวังสร้างสถานการณ์ ประสานดีเอสไอสอบเส้นทางการเงินนายทุนหนุนม็อบ ขู่ใช้กม.ฟอกเงิน-ยึดทรัพย์

นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการประเมินสถานกาณ์การยกระดับการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต้องขอบคุณสหภาพต่าง ๆ ที่ได้เห็นความสำคัญ ในการเรียกร้องยกเลิกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ได้จบไปแล้ว และสหภาพต่าง ๆ นั้นก็ไม่ได้มีการหยุดงาน ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ประกาศ ขอเรียนว่าแม้กระทั่งการยกเว้นการเสียภาษีก็ไม่ได้รับเสียงตอบรับ เพราะถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมาย รวมถึงการนัดหยุดงานด้วย นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนในเขตพื้นที่ส.ส.ประชาธิปัตย์ หยุดเรียนทำให้ผู้ปกครองต้องไปแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษกับผู้บริหารโรงเรียนแล้ว ส่วนที่มีรายงานว่าจะมีการเกณฑ์นักเรียน ในสังกัดกทม.มาร่วมชุมนนั้น ผู้ว่าฯกทม.ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ซึ่งโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ รมว.ศึกษาธิการ ได้เน้นย้ำให้เปิดการเรียนการสอนตามปกติห้ามมีการเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น

สำหรับสถานการณ์ในวันที่ 13-14 พ.ย. ที่ผ่านมานั้น นายสุเทพ พยายามปลุกระดมประชาชนให้ออกมา แต่กลับมีประชาชนลดน้อยลงกว่าเดิมมาก และในวันนี้ก็มีการปลุกระดมประชาชนให้ออกมาอีก ซึ่งได้ประสานกับดีเอสไอ ให้ส่งสัญญาณไปคุยกับกลุ่มนายทุน ที่เราคาดว่าเป็นนายทุนให้กับการชุมนุมครั้งนี้ ปรากฎว่ามีเสียงตอบรับจากบรรดากลุ่มนายทุนว่าไม่ได้มีการยุ่งเกี่ยว ยืนยันว่าหากตรวจสอบเส้นทางการเงิน จะได้หารือกับเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เพื่อให้นำกฎหมายฟอกเงินและกฎหมายยึดทรัพย์ มาใช้ทันทีเพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ถือว่าล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งนี้ยังมีนายทุนบางกลุ่มที่ยังคงให้การสนับสนุนอยู่ ทางดีเอสไอระบุว่าไม่เกินสิ้นเดือนพ.ย.อาจจะต้องมีการเปิดเผยเส้นทางการเงิน โดยจะมีหมายเรียกและหมายเชิญกลุ่มนายทุนนั้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง

"ผมมีข่าวเชิงลึกว่าวันนี้ ไม่ใช่มือที่สามที่จะสร้างสถานกาณ์ แต่ผู้ที่จะสร้างสถานการณ์คือนายสุเทพ เพราะได้ข่าวว่านายสุเทพ ไปที่กองร้อยทหารพรานที่ 42 หาดใหญ่ เพื่อพบและนำคนที่มีอาวุธ และในอีก 2 วัน บุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งได้พบกับนายสุเทพ จะขึ้นเชิญมาพบพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และผม เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ว่ามีการขนอาวุธ มาจากชายแดนมาเลเซีย เข้ามาโดยใช้รถตู้ติดสติ๊กเกอร์คำว่า "ธนะภัทร"และสำคัญที่สุดคือมีการส่งกำลังที่เป็นชายฉกรรจ์อายุไม่เกิน 30 ปี ที่ผ่านการซ้อมรบปืนสไนเปอร์ยิงระยะไกลชื่อเอแพคเอ็ม 200 และอาวุธสงครามมาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เป็นห่วงคือ ฝากถึงประชาชนที่ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้การดูแลความปลอดภัย แต่ที่ชุมนุมกลับมีอาวุธสงครามอยู่ในพื้นที่ และคนที่นำอาวุธมานั้นบอกเลยว่านำมาให้นายหัวเทพ ซึ่งเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวนั้นอักษรย่อ "ต" "