"ณัฐวุฒิ"เผยกิจการกลุ่มทุนคนประชาธิปัตย์ ที่ให้อารยะขัดขืน ไม่มีการหยุดทำงานสักรายเดียว
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และแกนนำนปช. กล่าวถึงมาตรการอารยะขัดขืนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ว่าจากการตรวจสอบกิจการห้างร้านของคนพรรคประชาธิปัตย์ ปรากฎว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ทุกกิจการไม่มีกิจการใดยุติการปฏิบัติงานสักรายเดียว อาทิ บริษัทศรีสุบรรณฟาร์มของนายสุเทพ กิจการในเครือของคุณหญิงกัลยา โสภณพานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกิจการโรงเรียนและโรงแรมของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตส.ส.กทม. ดังนั้น จึงไม่มีความจริงใจเหมือนที่แสดงออกบนเวที
แต่พบกรณีที่หยุดการปฏิบัติงานจริงคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คนของพรรคประชาธิปัตย์มีอำนาจบริหาร และไปใช้อำนาจทางมิชอบสั่งการให้โรงเรียนในสังกัดเทศบาลในสังกัดอบจ. หยุดการเรียนการสอน เช่น โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช หยุดการเรียนการสอนกระทันหัน 9 โรงเรียน โรงเรียนในสังกัดอบจ.สุราษฎร์ธานี 3 โรงเรียน และอีกหลายแห่งในจ.ชุมพร ซึ่งการอ้างว่ามีกำหนดการประชุมอยู่ก่อนแล้วไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะหลายโรงเรียนนักเรียนและผู้ปกครองไม่ทราบ แสดงว่าไม่มีการประกาศล่วงหน้า ถือเป็นการลุแก่อำนาจ จึงอยากให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้บริหารท้องถิ่นเหล่านี้
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้เครือข่ายการระดมผู้คนจากภาคใต้ในหลายจังหวัดขึ้นมากทม.เพื่อร่วมเคลื่อนไหวในวันที่ 15 พ.ย.นี้ โดยจะมีการยกระดับปิดกั้นการจราจรในหลายพื้นที่ จึงอยากให้ทบทวน และอยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เลิกแสดงเป็นแขกรับเชิญ ถอดหน้ากากตัวเองให้คนเห็นชัดๆว่าสมคบคิดกันมาตั้งแต่ต้น คาดว่าวันที่ 15 พ.ย.หากเป็นไปที่พรรคประชาธิปัตย์คิด กทม.คงโกลาหล มีผู้คนมามากกว่าปกติ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ดูแลใกล้ชิด
นอกจากนี้ วันที่ 20 พ.ย.ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว.นั้นไม่ว่าจะพิจารณาจากแง่มุมไหน การแก้ให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งไม่ได้หมายความว่าเป็นการล้มล้างการปกครองแน่นอน เชื่อมั่นว่าศาลจะวินิจฉัยไม่เป็นลบต่อรัฐบาล แล้วเราจะผ่านสถานการณ์ของศาลรัฐธรรมนูญไปได้ แต่หากมีทฤษฎีสมคบคิด เรื่องวางแผนร่วมกันหลายๆฝ่าย จึงอาจต้องดูอีกที





