ศอ.รส.เตรียมขอคืนพื้นที่จัดงานมหามงคล เน้นการพูดคุยและเจรจาหาทางออกร่วมกัน
พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. เปิดเผยว่า พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศอ.รส. ได้สั่งการไปยังหน่วยปฏิบัติต่างๆ ที่รรับผิดชอบดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยกับกลุ่มผู้ชุมนุม คาดว่าจะมีการยกระดับการชุมนุมในวันพรุ่งนี้ (15พ.ย.) ตามที่แกนนำได้ประกาศไว้ โดยให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองกำลัง ศอ.รส. ให้ติดตามการข่าวอย่างใกล้ชิด เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มต่างๆ พร้อมเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
นอกจากนี้ ในเดือนหน้าจะเป็นเดือนมหามงคลของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ทางศอ.รส.จึงได้มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ไปพูดคุยหาแนวทางในการหาทางออกที่เหมาะสม ซึ่งจะต้องมีการเปิดใช้พื้นที่เพื่อประกอบพิธีมหามงคลต่างๆ โดยเน้นการพูดคุยและเจรจาหาทางออกร่วมกัน และในวันนี้(14พ.ย.)จะมีการสับเปลี่ยนกำลังพลที่มาปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบ จากต่างจังหวัดที่มาเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจนครบาล โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ศึกษาเส้นทางเดินทางกลับให้ปลอดภัย จุดพักรถ รวมถึงกำชับไม่ให้กำลังพลดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะเดินทางกลับ รวมถึงให้มีการทำความสะอาดพื้นที่รับผิดชอบ ก่อนมอบพื้นทีส่งต่อให้กับกองกำลังผลัดต่อไป พร้อมกำชับกำลังพลชุดใหม่ที่จะเดินทางมารับช่วงต่อ ให้วางท่าทีต่อมวลชน ให้เข้มแข็ง มีระเบียบวินัย พร้อมที่จะรักษาความสงบและรักษากฎหมาย และปฏิบัติงานด้วยท่าทีสุภาพ ยิ้มแย้มและเป็นมิตร
รองโฆษก ศอ.รส. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานตำรวจคนเข้าเมือง ได้รายงานถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย พบว่ามี จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยโดยผ่านสนามบิน วานนี้( 13 พ.ย.)ประมาณ 90,000 คน เมื่อเทียบกับวันเดียวกันของปีที่แล้ว พบว่า ยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.65 ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวยังคงเชื่อมั่นต่อการท่องเที่ยวในประเทศไทย
พล.ต.ต.อนุชา กล่าวด้วยว่า การชุมนุมในวันพรุ่งนี้( 15 พ.ย.) อาจจะมีการเคลื่อนตัวของมวลชนไปยังพื้นที่ต่างๆ รวมถึง อาจมีการระดมมวลชนจากพื้นที่ต่างๆเพื่อเข้าร่วมชุมนุม ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดูแลรับผิดชอบด้านการอวยนวยความสะดวกการจราจรที่อาจจะเกิดปัญหากระทบในวงกว้าง รวมถึงการดูแลความปลอดภัยของมวลชนขณะที่มีการเคลื่อนตัว ซึ่งจะได้เฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ





