วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พท.ยัน'วีรชัย'แจงสภาพระวิหาร13พ.ย.

พท.ยันพ.ร.บ.นิรโทษกรรมปล่อยตกทั้งฉบับ ชี้หยุดงาน-ไม่จ่ายภาษี ทำลายชาติ เผยประชุมร่วม13พ.ย. เรียก"ทูตวีรชัย"แจงสภา

พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อในฐานะประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย นายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และนายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี ในฐานะที่ปรึกษาวิปรัฐบาล ร่วมแถลงข่าว โดยพ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า หลังจากวุฒิสภาลงมติคว่ำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแล้วส่งคืนสภาล่าง หลังจากนี้หาก ส.ส.ไม่นำร่าง พ.ร.บ.ขึ้นมาพิจารณาภายใน 180 วัน ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวก็ถือเป็นอันตกไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ทางพรรคเพื่อไทยขอยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่มีการหยิบยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาอย่างแน่นอนและจะปล่อยให้ตกไปทั้งฉบับ ตามที่พรรคร่วมรัฐบาลแสดงความจริงใจก่อนหน้านี้ เพื่อคลายความกังวลใจ และสะท้อนว่าพรรคเพื่อไทยรับฟังความเห็นของพี่น้องประชาชน

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการเสนอร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ยุติลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว ดังนั้นผู้ที่ยกระดับการชุมนุมเพื่อล้มรัฐบาลควรทบทวนท่าทีและยุติการชุมนุม โดยเฉพาะมาตรการอารยะขัดขืนประท้วงหยุดงาน และชะลอการจ่ายภาษีนั้นถือว่าผิดกฎหมายและทำลายความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ ทางที่ดีทางกลุ่มผู้ชุมนุมควรส่งตัวแทนมาพูดคุยเสนอความต้องการกับรัฐบาล ดีกว่าทำลายผลประโยชน์ของประเทศชาติที่กำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งยืนยันว่าทางรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยยินดีรับฟัง

ขณะที่นายอำนวย กล่าวว่า ภายหลังศาลโลกมีคำพิพากษาต่อคดีพื้นที่ทับซ้อนรอบปราสาทพระวิหาร ปรากฎว่ายังมีความเข้าใจไม่ตรงกันในสังคมไทย และสื่อมวลชนหลายฉบับ ในวันที่ 13 พ.ย.รัฐสภาจึงมีการเปิดการประชุมร่วมรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 179 เพื่อเปิดการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ เพื่อให้นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทีมทนายความไทย และหน่วยงานที่เดินทางร่วมประชุมกับศาลโลกชี้แจงผลคำพิพากษาต่อรัฐสภาอย่างเป็นทางการในเวลาประมาณ 12.00 น. ภายหลังที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างกรอบการเจรจาความตกลงเพื่อความร่วมมือด้านภาษีอากรระหว่างประเทศแล้วเสร็จ ทั้งนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจผลคำพิพากษาและแนวทางร่วมมือไทย-กัมพูชาหลังจากนี้ในทิศทางที่ตรงกัน

ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาส.ว.ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ ว่าศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยชัดเจนว่ารัฐสภาสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราได้ ดังนั้นเชื่อว่าศาลจะไม่ตัดสินก้าวล่วงมายังการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติที่สมาชิกรัฐสภาทั้ง 312 คนใช้อำนาจชอบธรรมในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา ดังนั้นขอให้องค์กรอิสระทำหน้าที่โดยยึดหลักการแบ่งแยกอำนาจ อย่าปล่อยให้ความเกลียดชังทำลายระบอบประชาธิปไตย