นปช.ท้าปชป.ลงนามเอ็มโอยูฝังก.ม.นิรโทษ ลั่นคนเสื้อแดงชุมนุมใหญ่ป้องรัฐบาล เริ่ม12พ.ย.ที่เชียงใหม่13พ.ย.ที่อุดรฯ14พ.ย.ที่พัทยา
พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยร่วมขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เปิดเผยว่าขอท้าให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค มาร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)กับพรรคเพื่อไทย(พท.)และนปช. เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลนำโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะไม่นำร่างพรบ.กฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาในระบบรัฐสภาอีกต่อไป เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจและต้องการให้การชุมนุมของกลุ่มคนพรรคประชาธิปัตย์หรือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ยุติลง และขณะนี้ถือว่าเงื่อนไขการชุมนุมทุกอย่างจบลงแล้ว จึงไม่ควรยื้อการชุมนุมอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ ยังจะจัดการชุมนุมยืดเยื้ออีกต่อไป เพื่อต้องการขัดขวางไม่ให้รัฐบาลบริหารประเทศ ซึ่งถือเป็นการบีบคั้นและกดดันทางการเมืองให้นายกรัฐมนตรียุบสภาหรือลาออก พร้อม ๆ กับต้องการสร้างสถานการณ์ไม่ให้มีการบังคับใช้กฎหมายในประเทศจนประเทศไทยกลายเป็นรัฐที่ไร้ขือแป และที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้กองทัพออกมาปฏิวัติรัฐประหารโดยฉกฉวยโอกาสจากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง เพราะทราบดีว่าหากนายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ มีความผิดในการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงบริเวณราชประสงค์ ทางกองทัพย่อมมีความผิดฐานรับคำสั่งไปด้วย แต่คนเสื้อแดงยังมั่นใจว่ากองทัพไม่ออกมาอย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่อทิศทางเป็นเช่นนั้นทางกลุ่มคนเสื้อแดงจำเป็นต้องออกมาแสดงพลังทั่วประเทศ
พ.ต.ต.เสงี่ยม กล่าวว่า ในนามแกนนำคนเสื้อแดงขอยืนยันว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่ชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพมหานครเด็ดขาด เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการปะทะ และไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ประชาชนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องสูญเสียจนนำไปสู่สงครามกลางเมือง แต่จะชุมนุมเพื่อแสดงพลังปกป้องรัฐบาลในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ถือเป็นภาคที่มีฐานมวลชนสำคัญของพรรคและคนเสื้อแดง โดยวันที่ 11 พ.ย.ที่จังหวัดขอนแก่น วันที่ 12 พ.ย.นี้ สนามกีฬา 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 13 พ.ย.ที่จังหวัดอุดรธานี และวันที่ 14 พ.ย.ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยจะมีแกนนำคนสำคัญร่วมอย่างคับคั่ง เช่น นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นต้น





