"เรืองไกร"ร้องศาลรธน. ยุบพรรคปชป. หลัง"สุเทพ"ปราศรัยปลุกระดมตั้งศาลประชาชน เป็นการล้มล้างการปกครองขัด มาตรา68
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. สรรหา ได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านนางอรรถพร เลาหสุรโยธิน ผอ.กลุ่มงานบริหารทั่วไป สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าข่ายกระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่
กรณีที่นายสุเทพ ปราศรัยบนเวทีชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ว่าจะจัดตั้งศาลประชาชน เพื่อพิพากษาคดีบุคคลอื่นตามอำเภอใจ โดยให้ประชาชนร่วมกันเป็นตุลาการมาพิพากษาการทำหน้าที่ของรัฐบาล อีกทั้งเมื่อวันที่ 8 พ.ย. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้แถลงเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ จึงถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ร่วมสนับสนุนการกระทำ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 197 ประกอบมาตรา 3 จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินไปยังนายสุเทพ และพรรคประชาธิปัตย์ ให้หยุดการกระทำ รวมถึงสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ และสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคสี่
"การปกครองของประเทศไทยตามระบอบประชาธิปไตยจะประกอบด้วยอำนาจ 3 ด้าน คือ ตุลาการ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นอำนาจที่ก่อตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย และการทำหน้าที่ศาลต้องอยู่ในพระปรมาภิไธย ตุลาการทุกคนต้องได้รับการโปรดเกล้าจากพระมหากษัตริย์ ดังนั้นนายสุเทพ จะใช้อำนาจอะไรมาจัดตั้งศาลประชาชนได้ตามอำเภอใจ ซึ่งการกระทำนี้ถือว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง เพราะศาลประชาชนนั้นเป็นรูปแบบที่มีอยู่ในการปกครองตามระบอบสาธารณรัฐอย่างประเทศจีนหรือประเทศลาวเท่านั้น"นายเรืองไกรกล่าว





