วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จำลอง'ชวนคนไทยร่วมค้านอำนาจศาลโลก

"จำลอง"ประกาศออกเคลื่อนไหวครั้งใหม่ คัดค้านการรับอำนาจศาลโลก ชวนพันธมิตร-คนไทยร่วม ส่วน"สนธิ"ยังไม่เคลื่อนไหว ไฟเขียวASTVเกาะติดสถานการณ์

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำ พธม. แถลงจากบ้านพระอาทิตย์ ว่า ทุกท่านที่ออกมาเคลื่อนไหวมาทำหน้าที่ใช้คุณแผ่นดิน การที่ตน และพันธมิตรฯ ยุติบทบาทไปนั้น เรามีความคาดหวังว่า ตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค.56 ว่า เมื่อเรายุติบทบาทไปจะทำให้เกิดการเร่งปฏิกริยาทางการเมือง ให้ประชาชนออกมามากขึ้น โดยไม่ต้องฝากความหวังไว้กับมติพธม. หรืออยู่ภายใต้การนำของพธม. และวันนี้ก็ชัดเจนว่า รัฐบาลย่ามใจ จนนำไปสู่การออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะคิดว่าหากไม่มีแกนนำอย่างพวกเรา แล้วจะไม่มีใครต่อต้าน แต่ปรากฏว่ามีประชาชนออกมาเคลื่อนไหว โดยไม่ต้องมีการชี้นำ หรืออยู่ภายใต้การนำของสีเสื้อใด

ในแถลงการณ์ของพธม.ฉบับสุดท้าย เงื่อนไขเดียวที่จะคุ้มค่าต่อประเทศชาติ เพื่อให้เกิดการรวมตัวของอดีตแกนนำคือ สถานการณ์ถึงพร้อม และต้องการให้พวกเราเป็นแกนนำ ซึ่งในสถานการณ์ปัจุบัน ประชาชนยังกำหนดขอบเขตเพียงการคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษฯ และมีแนวร่วมมากมายที่สมบูรณ์ดีอยู่แล้ว จึงไม่ต้องอาศัยการออกมาของแกนนำพธม. แต่ความจริงปัญหาวิกฤติไม่ใช่เฉพาะพ.ร.บ.นิรโทษฯ เท่านั้น แต่ยังมีวิกฤตอีกหลายประเด็น และประเทศชาติยังมีปัญหาอีกมากมายใต้การเมืองระบบปัจจุบัน ลำพังการเคลื่อนไหวคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษฯ อย่างเดียวไม่สามารถแก้วิกฤติได้ การขับไล่รัฐบาลก็ยังแก้ไขประเทศไม่ได้แท้จริง จึงมีเพียงการปฏิรูปประเทศรอบด้านเท่านั้นที่จะแก้วิกฤติได้ และน่ายินดีที่มีการชุมนุมหลายเวที หากมีโอกาสที่สถานการณ์ถึงพร้อม และทุกฝ่ายร่วมกันเรียกร้องปฏิรูปการเมืองให้เป็นเอกภาพในเวลาอันใกล้ และตนหวังว่าองค์กรสถาบันอื่น จะทำสัญญาประชาคมที่จะปฏิรูปประเทศในการลงโทษผู้กระทำผิดโดยเร็ว ดังนั้นข้าราชการทุกหมู่เหล่าต้องหยุดทำตามคำสั่งทรราชย์ เราจึงจะฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้

สำหรับวันนี้ 11 พ.ย. 56 เป็นวันสำคัญที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจะตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร และจะเป็นวิกฤติประเทศใหญ่หลวงที่เสียงข้างมากลงมติวาระ 3 รธน. ม.190 ให้รัฐบาลสามารถทำสัญญาระหว่างประเทศ และยกประโยชน์อธิปไตยให้ต่างประเทศได้โดยไม่ให้ประชาชนรับรู้ก่อนตัดสินพระวิหาร ถือเป็นเจตนาไม่โปร่งใส ทั้งนี้ พธม.ได้เคลื่อนไหวกรณีปราสาทพระวิหารและผลประโยชน์ทางทะเลตั้งแต่ปี 51 และได้เสนอทางออกไว้แล้วในแถลงการณ์ฉบับที่ 3 , 4 และ 5 ทั้งนี้ ไม่ว่าผลลัพธ์ออกมาอย่างไร ตนไม่ขอรับอำนาจศาลโลก และคัดค้านรธน.ม.190 และร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติจนถึงที่สุด และหากตนเคลื่อนไหวเรื่องใดนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็จะออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านจนถึงที่สุด แต่เพื่อประโยชน์ทางวิธีตนจึงขอให้นายสนธิยังไม่ออกในตอนนี้ แต่จะให้การสนับสนุนสื่อในเครือเอเอสทีวีถ่ายทอดเรื่องนี้

"เราไม่ได้เห็นแก่ตัว เราประกาศก่อนที่ศาลโลกจะตัดสินออกมา ว่าเราไม่รับอำนาจศาลโลกไม่ว่าศาลโลกจะตัดสินอย่างไร ดังนั้นไม่ว่าเย็นนี้จะตัดสินอย่างไร เราไม่ไปพะวักพะวงจุดนั้น" พล.ต.จำลอง กล่าว

ด้านนายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวว่า ประะทศที่มีส่วนได้เสียกับพลังงาน ศาลโลกไม่มีเหตุอะไรที่จะต้องมาพิจารณาเพราะพิจารณาแล้วในปี 2505 แต่ที่พิจารณาอีกทีเพราะความสมบูรณ์ของอ่าวไทย และตัดสินพระวิหารไม่ใช่แค่พื้นที่ 4.6 ตร.กม. หากเราพ่ายแพ้เท่ากับเรายอมรับแฟนที่ 1ต่อ 2 แสน และจะลากลงไปทางทะเล ดังนั้นพลังงานที่อยู่ในอ่าวไทย 3 ส่วน 4 ก็จะเหลือให้ไทย 1 ส่วน 4 และที่น่าเสียดายและไม่ผู้นำประเทศใดคือไม่มีใครยอมรับมติศาลโลก แต่ผู้นำไทยโง่ที่ยอมรับมติศาลโลก