นักวิชาการจี้รัฐบาลเตรียมรับมือความวุ่นวาย กรณีคำตัดสินคดี "พระวิหาร" เป็นลบกับไทยแน่
อัครพงษ์ ค่ำคูณ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโลกในคดีปราสาทพระวิหารวันนี้ (11 พ.ย.) ว่า ถ้าฟันธงลงไปเลยคือศาลจะต้องตีความให้เกิดความกระจ่าง กรณีนี้กัมพูชาไม่ได้ติดใจเรื่องพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรตั้งแต่แรก เพราะกัมพูชารู้อยู่แก่ใจว่าการที่จะถ่ายทอดเส้นบนแผนที่ลงบนเขตแดนให้เกิดขึ้นในภูมิประเทศจริงเป็นสิ่งที่ยากมาก เพราะฉะนั้นกัมพูชาจึงยอมไทยตั้งแต่การขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี 2551 คือยอมว่าบริเวณ 4.6 ตารางรางกิโลเมตรให้บริหารจัดการร่วมกัน แต่ด้วยปัญหาการเมืองภายในของไทย ทำให้เรื่องวุ่นวาย
ทั้งนี้ การที่ฝ่ายไทยโดย ทูตวีรชัย พลาศรัย หัวหน้าทีมสู้คดีบนศาลโลก ไปแถลงด้วยวาจาต่อศาลเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นการยืนยันว่าไทยยอมรับตามเส้นที่คณะรัฐมนตรีของไทยในปี 2505 ขีดเอาไว้ (เส้นที่ล้อมรั้วลวดหนามให้เป็นบริเวณโดยรอบปราสาท) แล้ว แปลว่าเส้นที่ นายนพดล ปัทมะ สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ ขีดให้กัมพูชานำไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก น้อยกว่าปี 2505 ด้วยซ้ำ ฉะนั้นจึงแปลว่าไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาแนวทางไหนใน 4 แนวทางที่กระทรวงการต่างประเทศระบุ ฝ่ายไทยเสียเปรียบทุกแนวทาง
"การตีความ แปลว่าศาลโลกจะต้องยึดสิ่งที่ศาลโลกเคยพูดมาแล้วเมื่อปี 2505 ไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็ต้องยืนยันตามนั้น ต้องยืนว่าแผนที่ 1:200,000 ระวางดงรัก เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ศาลพิจารณาด้วยมติ 9:3 เสียงว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา ฉะนั้นคำพิพากษาในปี 2556 ทุกแนวทางไม่มีแนวทางใดเป็นคุณกับไทย รัฐบาลจะต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นตามมา"
อัครพงษ์ กล่าวด้วยว่า ศาลโลกมีคณะผู้พิพากษาทั้งหมด 17 คน แยกเป็นผู้พิพากษาประจำ 15 คน ผู้พิพากษาพิเศษไทย 1 คน กัมพูชา 1 คน ศาลโลกไม่ใช่ศาลที่จะมาตัดสินตามหลักการตายตัวในเรื่องที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ศาลโลกจึงมีวิธีการโหวต และผู้พิพากษาพิเศษของไทยกับกัมพูชาที่ตั้งเข้าไปทั้ง 2 คนเป็นชาวฝรั่งเศสทั้งคู่ จึงมองไม่เห็นว่าฝ่ายไทยจะได้เปรียบอะไรเลย
"คนไทยเองต้องเตรียมทำใจ เวลาขึ้นศาลเราจะไปคิดว่าจะชนะตลอดหรือเราจะได้เปรียบตลอดไม่ได้ ต้องเตรียมใจว่าทุกอย่างที่จะออกมาจากศาลไม่มีใครชนะ 100% หรือแพ้ 100% ต้องทำใจว่ามันจะต้องมีกระบวนการบางอย่างเพื่อนำไปสู่ สิ่งที่เรียกว่าการเจรจา"





