"ชวนนท์"เย้ย"สุรพงษ์"ฟุ้งเอกสารใหม่ต่อสู้เขาพระวิหาร เห็นมา 30 รอบแล้ว หวั่นคำตัดสินเป็นลบเข้าทางแผนชั่ว ขายดินแดนแลกผลประโยชน์
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาระบุว่ามีเอกสารใหม่ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนเกี่ยวกับการต่อสู้คดีที่ศาลโลกเรื่องปราสาทพระวิหาร ว่า ยืนยันว่าเอกสารดังกล่าวตนเห็นมานาน 30 รอบแล้ว เพราะเอกสารดังกล่าวเป็นหนังสือที่ รัฐมนตรีต่างประเทศขณะนั้น ทำถึงพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ซึ่ง นายสุรพงษ์ มีเจตนาที่จะระบุว่าความผิดเกี่ยวกับเรื่องของปราสาทพระวิหารไม่ใช่ความผิดของนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศในขณะนั้น ซึ่งข้อเท็จจริง ในปี 2550 มีการไปร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลก มีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่จะขึ้นร่วมกันทั้ง 2 ประเทศ แต่มาในสมัย นายนพดล ได้เปลี่ยนแปลงสาระไปร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งนายสุรพงษ์บอกว่าเป็นเรื่องที่ดี ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้พิพากษาว่าผิด จนนำไปสู่การถอดถอนนายนพดล
นายชวนนท์ กล่าวว่า นายสุรพงษ์ยังได้โยนความผิดให้พรรคประชาธิปัตย์ว่าเป็นผู้สร้างความขัดแย้งจนเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์บานปลายมาถึงวันนี้ ทั้งที่ข้อเท็จจริงรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์พยายามที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะเห็นว่าประเทศไทยจะเสียเปรียบ จึงนำไปสู่การประท้วงต่อเนื่อง จนมีการปะทะกันของ 2 ฝ่าย จนนำไปสู่ศาลระหว่างประเทศ เพราะรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมให้กัมพูชารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่เขตแดนของประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนกังวลคือหากคำพิพากษาออกมาเป็นลบกับประเทศไทย นั่นหมายถึงว่าประเทศไทยจะต้องเสียดินแดนเพิ่ม หากวันนี้ยังมีรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ฉบับเดิมอยู่ก็จะไม่น่ากังวล แต่วันนี้รัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวได้ถูกรัฐบาลแก้ไข และเมื่อมีการประกาศใช้เมื่อไหร่ ประชาชนจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่ารัฐบาลจะไปเจรจากับประเทศกัมพูชาอย่างไร เพราะรัฐบาลไม่ต้องสนอกรอบการเจรจาเขตแดนเข้าสู่รัฐสภาก่อน จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัว ถือเป็นแผนชั่วของคนบางคนที่ต้องการขายแผ่นดินไทยให้กัมพูชา เพื่อหวังผลประโยชน์แลกเปลี่ยนให้กับตัวเองและพวกพ้อง





