วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สุรพงษ์ยันให้ทีมทนายสู้คดีพระวิหารเต็มที่

"สุรพงษ์"ยันให้ทีมทนายสู้คดีพระวิหารเต็มที่-ไม่เคยบีบบังคับ ปล่อยชกเต็มที่

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ผมจะต้องลำดับให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจเพราะวันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะผมมาเป็นรมว.ต่างประเทศถูกกล่าวหาว่าไปสมรู้ร่วมคิด ไปยอมให้กัมพูชานำเรื่องนี้ไปขึ้นศาล ไปยอมให้เสียดินแดน 4.6 ตร.กม. ถูกกล่าวหาต่าง ๆ นานาต้องขอลำดับเหตุการณ์ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าที่จริงเหตุการณ์ทั้งหมดหลังจากที่มีการประท้วงกันของกลุ่มพันธมิตรในสมัยรัฐบาลท่านสมัครฯ มาจนถึงสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ฯ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2552 เกิดเหตุปะทะตามแนวชายแดนพื้นที่ใกล้เคียงต่อเนื่องมาทั้งปีจนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 ช่วงสุดท้ายของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ฯ ก็เกิดการปะทะอย่างรุนแรงขึ้นอีกครั้งหนึ่งสูญเสียชีวิต

โดยที่สุดวันที่ 28 เมษายน 2554 ในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ฯ กัมพูชายื่นขอให้ศาลตีความคำพิพากษาคดีปราสาทเขาพระวิหารเมื่อปี 2505 และขอให้ศาลโลกออกเร่งคำสั่งมาตรการชั่วคราวให้ยุติความขัดแย้ง เพราะมิฉะนั้นเหตุการณ์ก็จะวุ่นวาย ซึ่งไปสอดคล้องกับท่านฮอร์ นำฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ที่เราได้การแถลงข่าวร่วมกันที่ปอยเปตเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านฮอ นำฮง พูดชัดเจนเหตุผลที่ได้นำเรื่องนี้ไปขึ้นศาลโลก เพราะตอนนั้นเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงคนเสียชีวิต ท่านฮอ นำฮงไม่ต้องการเห็นสิ่งเหล่านี้ ถ้ารัฐบาลพูดคุยได้ก็ไม่จำเป็นต้องไปขึ้นศาล แต่เพราะเป็นความจำเป็น

พอวันที่ 28 เมษายน 2554 รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ฯ กัมพูชายื่นขอตีความในศาลวันที่ 3 พฤษภาคม 2554 คณะรัฐมนตรีของท่านอภิสิทธิ์ฯ ได้มีมติแต่งตั้งคณะดำเนินคดีปราสาทเขาพระวิหารของประเทศไทยซึ่งมีทั้ง ท่าน ดร.วีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นหัวหน้าคณะและมีฝรั่ง Professor 3 - 4 คนที่ว่าความให้กับประเทศเราเป็นทีมงาน

นอกจากนั้นรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ฯอนุมัติงบประมาณทั้งหมด 125 ล้านบาท เพื่อไปสู้คดีและในที่สุดได้ไปขึ้นศาลครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 - 31 พฤษภาคม เป็นการไปฟัง Overheading อย่างที่เราไปขึ้นเมื่อเดือนเมษายน แต่ขณะนั้นรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ฯ ไม่มีการถ่ายทอดสด ประชาชนจึงไม่รู้ว่ามีคดีแบบนี้ โชคดีที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ฯ เข้ามา ผมมานั่งกำกับที่กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้ศึกษาในรายละเอียดตอนที่ไปสู้คดีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่มีการถ่ายทอดสดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ฯ ตัดสินใจให้มีการถ่ายทอดสด เพราะไม่มีอะไรที่ต้องปิดบังประชาชน รัฐบาลเปิดเผยทุกอย่างและผมถูกกล่าวหาว่าบีบบังคับไม่ให้ทีมทนายสู้เต็มที่

อยากจะกราบเรียนว่าวันสุดท้ายที่ท่านทูตวีรชัยฯ ขึ้นกล่าวสรุปกล่าวคำพูดที่ค่อนข้างรุนแรง และท่านทูตวีรชัยฯ ก่อนที่จะกล่าวนั้นท่านมาถามผมว่า ท่านรัฐมนตรีสุรพงษ์ฯ ขออนุญาตใช้คำพูดที่รุนแรงได้หรือไม่ ผมบอกว่าเต็มที่เลยท่านทูตวีรชัยฯ ในเมื่อเราสู้คดีก็เหมือนนักมวยที่ขึ้นชก ชกให้เต็มที่ ท่านทูตฯ ก็ดีใจเพราะว่าท่านทูตวีรชัยฯ กลัวว่าเพราะตอนนี้ความสัมพันธ์เราดี พอพูดอะไรรุนแรงอาจจะกระทบ ผมบอกว่าเต็มที่แต่ต้องแยกแยะประเด็นเหล่านี้ออก เพราะท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ฯ กับท่านนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ท่านพูดกันทุกครั้งว่าเราจะแยกเรื่องความสัมพันธ์กับคดีออกจากกัน คดีต้องดำเนินอย่างเต็มที่ แต่เมื่อคดีสิ้นสุดเราต้องพูดคุยเจรจากันตกลงกัน และมาดูว่าที่ผมไปพูดคุยกับท่านฮอ นำฮงฯ ที่ปอยเปตเราได้ข้อสรุปอะไรบ้าง