วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จตุพร'ชี้ม็อบต้านนิรโทษไล่ตระกูลชินวัตร

"ธิดา-จตุพร"นำทีมนปช.แถลงจุดยืนยึดประชาธิปไตย นิรโทษทุกสียกเว้น"แกนนำ-ผู้สั่งการฆ่า" เตือนแล้วขับไล่"รัฐบาล-ตระกูลชินวัตร"

นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) พร้อมด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. และคณะ ร่วมกันแถลงข่าวจุดยืน นปช.การต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับเหม่าเข่งสุดซอย โดยนปช. สนับสนุนแต่ร่างฉบับของนายวรชัย เหมะ ที่นิรโทษกรรมเฉพาะประชาชนทุกสี ยกเว้นแกนนำ และผู้สั่งการฆ่าประชาชน โดยวันนี้ นปช. ออกแถลงการณ์ นปช. แดงทั้งแผ่นดิน ฉบับที่ 2 หัวข้อสถานการณ์ความขัดแย้งอันเนื่องจากพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ระบุว่า นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ยืนยันในจุดยืนเดิม คือ นิรโทษกรรมให้กับประชาชนทุกเสื้อสียกเว้นแกนนำ และผู้สั่งการฆ่า ท่าทีของเราเป็นท่าทีเตือนเพื่อนมิตรทั้งในที่ส่วนตัวและสาธารณะ เพราะเราก็ยังคัดค้านการเคลื่อนไหวที่จะล้มรัฐบาลหรือเปลี่ยนแปลงประเทศให้ถอยหลังสู่ระบอบอำมาตยาธิปไตยทั้งนี้นางธิดา ประธาน นปช. กล่าวย้ำว่า ที่ผ่านมาในการเคลื่อนไหวของ นปช. นอกจากต้องการรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว เป้าหมายที่สำคัญอีกประการของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน คือ เราต้องการให้ประเทศก้าวหน้าต่อไปเพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ทำให้กงล้อประวัติศาสตร์หมุนกลับทำให้ผีของระบบอำมาตย์ออกมาเริงร่าอีกครั้ง ดังนั้นความผิดพลาดในการตัดสินใจขับเคลื่อน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งสุดซอยนั้น รัฐบาลมีความจำเป็นต้องรับผิดชอบและแก้ไขสถานการณ์ด้วยการตราเป็น พระราชกำหนดนิรโทษกรรม ปลดปล่อยฝ่ายประชาชนทุกสีเสื้อโดยเร็ว โดยรัฐบาลโปรดใช้ความรอบคอบและความระมัดระวังแล้วฟังเสียงประชาชนด้วย ซึ่งคนเสื้อแดงก็เป็นพลเมืองและจะเป็นเพื่อนแท้ไม่หักหลังใครที่อยู่ฝ่ายประชาชนเป็นอันขาด

ขณะที่นายจตุพร แกนนำ นปช. กล่าวถึงสถานการณ์ที่หลายกลุ่มออกมา คัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งสุดซอยของรัฐบาลว่า ผลลัพธ์ครั้งนี้ไม่ต่างกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์เดือนตุลาคม ปี 2516 และ 2519 ที่ขบวนการนักศึกษาเคยคิดว่าเอาชนะกลุ่มอำมาตย์ได้แล้วแต่ภายใน 3 ปี เขาก็เอาคืน วันนี้เช่นเดียวกันซึ่งตนไม่รู้ว่ารัฐบาลจะรักษาอำนาจตนเองได้อีกกี่วัน โดยตนเคยพูดไว้แล้วว่าอย่าทำฟืนให้แห้งก็จะเกิดผลเหมือนปัจจุบันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์และเครือข่ายอำมตยาธิปไตยไม่สามารถขยายวงได้ เพราะเขาไม่มีความชอบธรรม แต่วันนี้รัฐบาลกลับทำให้ประชาธิปัตย์กลายเป็นพระเอก จนตัวเองกลายเป็นผู้ร้าย ขณะที่เรา นปช. ยืนยันจะไม่ทรยศกับพี่น้องวีรชนที่ต้องตายไป และไม่มีวันที่จะปล่อยฆาตกรลอยนวล

นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการตัดสัญญาณออกอากาศรายการช่องเอเชียอัพเดทด้วย ว่า ที่ผ่านมาตนนั่งจัดรายการรักษาจุดยืนการต่อสู้ของคนเสื้อแดงแต่ไม่ตรงใจกับผู้มีอำนาจ แต่อนาคตไม่ต้องกลัวเรื่องการตัดสัญญาณ เพราะในวันที่ 1 ธ.ค.จะเปิดช่องของคนเสื้อแดงเอง จะสร้างช่องใหม่ให้มีชีวิต มีอิสระ ไม่ใช่เป็นทาสโดยเด็ดขาด ที่ผ่านมาพวกตนไม่ใช่อยากออกโทรทัศน์ อยากมีชื่อเสียง แต่เพราะความเห็นของพวกตน มีความแตกต่างกับความเห็นของพรรคเพื่อไทยฟากรัฐบาล เรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งตนบอกเสมอว่าเป็นสื่อมวลชนจะบอกความจริงเพียงครึ่งเดียวไม่ได้ ขณะที่การขึ้นมามีอำนาจของคนหลายคนในรัฐบาลไม่เคยได้สัมผัสมือตบตีนตบด้วยซ้ำ ไม่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนว่ามีความเจ็บปวดมากแค่ไหน การที่จะบังคับให้ตนกับพวกไปสนับสนุนการปลดปล่อยคนฆ่าพวกเราไม่ได้ เมื่อท้ายที่สุดพบซอยตัน แล้วออกมาถอย พ.ร.บ.สุดซอย พรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เคยมีความชอบธรรมเลยกลับยกระดับว่าให้ถอยไม่พอ ต้องให้ถอนร่างออกมาเลยเพราะเขาไม่เชื่อนายกฯ ออกมาแถลง และยังคิดจะยกระดับขับไล่รัฐบาล

นายจตุพร กล่าวอีกว่า เตือนไว้ด้วยว่าหลังจากขับไล่รัฐบาลแล้ว เขาจะมาไล่ตระกูลชินวัตร เรากำลังเตือนฉันท์มิตร ซึ่งแม้ว่าตนไม่เห็นด้วยกับเรื่องสุดซอยแต่ก็ไม่คิดจะฆ่ารัฐบาล แต่พวกที่อยู่อุรุพงษ์ ราชดำเนินเขาอาจคิดฆ่ารัฐบาล ซึ่งรัฐบาลไม่โกรธพวกนั้นแต่กลับมาโกรธนายจตุพร นางธิดา นายณัฐวุฒิ ความเจ็บแค้นทั้งหมดกลับมาลงที่พวกเรา ทั้งที่พวกเราเคยเอาชีวิตไปเสี่ยงตาย ให้พวกคุณได้นั่งชูคอในรัฐบาล พวกคุณจำหน้ามืดตามัวพวกเราไม่ได้หรือ ที่เคยเป็นมิตรซื่อสัตย์ ไม่เคยทรยศแม้แต่เพียงครั้งเดียว ทั้งที่แม้ว่าจะมีความเห็นต่างเรื่องสุดซอยแต่เรายังไม่เคยคิดจะขับไล่รัฐบาลเลยแต่กลับจะปกป้องจากอีกฝ่ายด้วยซ้ำ ดังนั้นเมื่อมาตบเราโชว์ศัตรูทั้งที่เคยออกมาปกป้องรัฐบาล ความหวังดีกลับกลายเป็นทำคุณบูชาโทษ แล้วระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังเข้ามา กลับนำเอานักรบเสื้อแดงออกหมด ท้ายที่สุดกระแสสังคมในวันนี้เห็นชัดว่าการออกมาขับเคลื่อนของทุกกลุ่ม ทุกองค์กร มากกว่าปี 2548 - 2549 กลายเป็นแฟชั่นว่าถ้าใครไม่ต่างนิรโทษกรรม จะเป็นเรื่องที่ผิด เวลานี้กลายเป็นพรรคเพื่อไทยมอบบทพระเอกให้กับฆาตรกรที่เคยเป็นผู้ร้าย แล้วตัวเองไปแย่งบทผู้ร้ายมาแทน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลายเป็นฮีโร่ ซึ่งตนเคยบอกว่านิรโทษกรรมยกเข่งจะกลายเป็นฉบับล้างเลือดทำให้เขากลับมามีอำนาจใหม่อีกครั้ง แล้วคนที่เดือดร้อนที่สุดกลายเป็นคนเสื้อแดง

ดังนั้นผมต้องเรียนกับพี่น้องว่า ภาระหน้าที่ของเรา ผมยังไม่พูดว่าเราจะไปปกป้องรัฐบาลเพราะเขาไม่ให้ปกป้อง และเราเองก็ไม่หน้าด้านพอที่จะไปปกป้อง แต่พวกเรามีหน้าที่ต้องปกป้องประชาธิปไตยที่ไม่มีพรรค ไม่มีบุคคลหรือใครทั้งนั้น ผมไม่ต้องการผิดหวังกับคนอีกแล้ว ขอต่อสู้เพื่อสิ่งที่ดีงาม คือ คำว่าระบอบประชาธิปไตยทั้งนี้ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไปจะมีการเปิดโรงเรียนการเมืองของ นปช. ที่วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง ซึ่งพวกเราจะจัดเวทีปราศรัยด้วยในวันดังกล่าว