วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลขาสมช.ยันม็อบชุมนุมในพื้นที่พรบ.มั่นคง

เลขาฯสมช.ยันม็อบที่ราชดำเนินชุมนุมในพื้นที่พรบ.มั่นคง แต่ยังไม่มีข้อห้ามในประกาศและเป็นการชุมนุมตามสิทธิ์ ใช้โซเชียลมีเดียไม่กระทบความมั่นคง

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ปักหลักชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ว่า เป็นการเคลื่อนไหวกระจายตัวไปในหลายภาคส่วน ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้ติดตามอย่างใกล้ชิดว่า มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างไร อย่างไรก็ตามขณะนี้มีเชื่อมโยงในเรื่องการไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ดังนั้นจึงต้องคิดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลด้วยหรือไม่ พล.ท.ภราดรกล่าวว่า เป็นความพยายามยกระดับของฝ่ายการเมือง แต่ภาคประชาชนยังเป็นเรื่องของร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นหลัก เมื่อถามว่าฝ่ายความมั่นคงประเมินผิดพลาดหรือไม่ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถเคลื่อนตัวเข้ามาชุมนุมได้ พล.ท.ภราดรกล่าวว่า ไม่ได้ผิดพลาดและยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่เป็นเรื่องของสิทธิพื้นฐานของประชาชนที่จะชุมนุมได้ อย่างไรก็ตามยังต้องควบคุมให้สถานที่ราชการ รัฐสภา และทำเนียบรัฐบาล ให้สามารถปฏิบัติราชการได้ ทั้งนี้ยังไม่จำเป็นต้องประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพิ่ม

"พื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนมาชุมนุมนั้น เป็นพื้นที่ที่ประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ อยู่แล้ว คือ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ยังไม่กำหนดข้อห้าม ซึ่งหากกำหนดข้อห้ามเมื่อไรก็จะผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังเป็นการชุมนุมตามสิทธิรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ก็จะปฏิบัติเพียงอำนวยความสะดวกให้และป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นเท่านั้น"พล.ท.ภราดรกล่าว

เมื่อถามว่ามีฝ่ายความมั่นคงจะมีมาตรการควบคุมอย่างไรไม่ให้การชุมนุมเกิดลุกลามบานปลายไปพื้นที่อื่น พล.ท.ภราดรกล่าวว่า ได้เสนอแนะไปทางรัฐบาลให้ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจว่าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะนี้เป็นภาระของวุฒิสภา ซึ่งเชื่อว่าการแสดงทัศนะของประชาชนจะสะท้อนไปที่วุฒิสภาเพื่อให้ใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าจะสมควรหรือไม่อย่างไร อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการชุมนุมของพี่น้องประชาชนอาจจะกระทบต่อความสงบเรียบร้อยได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเน้นการดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย รวมทั้งการอำนวยความสะดวกและการจราจรของประชาชนทั่วไป

เมื่อถามว่าเงื่อนไขอะไรที่ทำให้จำเป็นต้องประกาศข้อกำหนดห้ามชุมนุมในพื้นที่ราชดำเนิน พล.ท.ภราดรกล่าวว่า เงื่อนไขคือเมื่อส่งผลกระทบต่อความไม่สงบเรียบร้อย หรือมีโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงเกิดขึ้นจึงจะประกาศข้อกำหนดเพื่อห้ามการชุมนุม อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังเป็นการชุมนุมอยู่ในกรอบภายใต้รัฐธรรมนูญ และไม่กระทบต่อการบริการราชการของทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา ซึ่งจากการประสานและการรายงานข่าวกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่เคลื่อนตัวเข้ามาประชิดสถานที่สำคัญ

เมื่อถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมต่างจังหวัดมีการเคลื่อนตัวเข้ามากรุงเทพฯหรือไม่ พล.ท.ภราดรกล่าวว่า ยังไม่มีการเคลื่อนตัวเข้ามา แต่พบว่ามีการกระจายตามจังหวัดอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น เมื่อถามว่าการสื่อสารทางโซเชียลมีเดียร์ให้ต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมถือเป็นภัยและกระทบความมั่นคงหรือไม่ พล.ท.ภราดรกล่าวว่า ยังไม่กระทบความมั่นคง เพราะยังเป็นการสื่อสารในเนื้อหาและทัศนะว่าเห็นด้วยหรือไม่เท่านั้น ซึ่งรัฐบาลก็หนักใจ เพราะการสื่อสารสามารถรับรู้ในวงกว้างและมีความรวดเร็ว อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็พยายามชี้แจงทำความเข้าใจรวมทั้งขอความร่วมมือส่วนราชการต่างๆ แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะได้ความร่วมมือหรือไม่

"ปัญหาการชุมนุมต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นย่อมปฏิสัมพันธ์กันกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้จะมองว่าเมื่อรัฐบาลมีปัญหาหรือเจ้าหน้าที่อ่อนกำลังลงผู้ก่อความไม่สงบก็จะจุดประเด็นเพื่อก่อสถานการณ์ขึ้นมา"เลขาธิการสมช.กล่าว