"ทนง"อดีตขุนคลังรัฐบาล"ทักษิณ" แนะ"ยิ่งลักษณ์"หาทางถอยร่างพ.ร.บ.นิรโทษฯ เชื่อสถานกาณ์ไม่แรงเท่าม็อบปี 2549 และปี 2553
นายทนง พิทยะ อดีตรองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.คลัง สมัยรัฐบาลไทยรักไทย2 กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยเเลนด์ทางสปริงนิวส์ กรณีที่หลายฝ่ายเเสดงการคัดค้านร่างพรบ.นิรโทษกรรมว่า ที่ผ่านมาตนทำงานการเมืองเเต่ไม่เคยไปยุ่งกับพรรคการเมือง กรณีร่างพรบ.ฉบับนี้ ตนนอนไม่หลับหลายวันเพราะตนโดนนับให้เป็นคนอาวุโสเเละเป็นห่วงบ้านเมือง เกมการเมืองวันนี้เข้าขั้นสร้างความขัดเเย้งเเบบคาดไม่ถึง
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยประเมินสถานการณ์ต่ำหรือไม่ นายทนงกล่าวว่า เกิดจากความประสงค์ของพรรคเพื่อไทยที่อาจปราถนาดีเดินหน้าปรองดองตามที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีอยากเห็น เเต่สิ่งที่เกิดคือวิธีการในรัฐสภาซึ่งประชาชนไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะเป็นวิธีที่ช็อกประชาชนรวมทั้งตนด้วย เเละตนไม่เห็นด้วยก้บการอภิปรายของฝ่ายค้านเช่นกัน
เมื่อถามว่าสถานการณ์วันนี้เหมือนปี 2549 เเละปี 2553 นายทนงกล่าวว่า ไม่ถึงขั้นนั้น ตอนนี้ฝ่ายค้านพยายามคัดค้าน รวมทั้งการชุมนุมที่อุรุพงษ์เเละสีลม อีกทั้งการคัดค้านของนักวิชการ นักธุรกิจ วิธีการคัดค้านไม่เหมือนกันเเต่มีเป้าหมายเดียวกัน นายกฯควรดูให้ถ่องเเท้ว่า การค้านเกิดขึ้นเกือบทุกกลุ่ม หน้าที่สร้างความปรองดองให้ประเทศตอนนี้สะดุด มันเป็นความรับผิดชอบของนายกฯว่าหากประเทศเริ่มเกิดปัญหาความขัดเเย้ง
"วิธีเเก้ไขปัญหานั้่นนายกฯต้องรับผิดชอบ เเม้นายกฯจะปล่อยให้เป็นหน้าที่รัฐสภาในการออกกฎหมาย เเต่เมื่อรัฐสภาตัดสินใจเเล้วเกิดความขัดเเย้งกับความเห็นสังคมอย่างมาก นายกฯมีหน้าที่รับผิดชอบเเก้ปัญหาในหลายวิธี คือ รอส.ว.ดำเนินการเเละวางเเผนเเก้ไขปัญหาไปพร้อมกัน ส่วนผมขอเสนอนายกฯคืออดทน เตรียมตัวหาวิธีเเก้ปัญหาให้จบเเละไม่เกิดความรุนเเรง"
เมื่อถามว่า จะมีการล็อบบี้่ส.ว.ให้ตีตกร่างพรบ.ฉบับนี้ใจวาระเเรกเเละยื่นกลับลงมาพิจาณาใหม่ในสภาผู้เเทนฯเเละล็อบบี้พรรคเพื่อไทยให้ลงมติตามส.ว. นายทนงกล่าวว่า พื้นฐานคือวาระ1 ของสภาผู้เเทนฯนั้นประชาชนรับได้ เเต่เมื่อมีการขยายความในชั้นกมธ.มันกลายเป็นว่าประชาชนมองว่าไม่เหมาะสม เพรระถอยหลังเเบบนี้ คนเสื้อเเดงอาจไม่คิดมากเพราะเป็นร่างกฎหมายที่นายวรชัย เหมะเสนอ หากถอยหลัง1ก้าว นายกฯจะนำบ้านเมืองต่อไปได้ การนิรโทษกรรมในระดับที่รับได้ ส่วนคนผิด-คนไม่ผิดควรปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำงานสักระยะ คือผู้สั่งการเเละผู้ปฏิบัติการต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ประชาชนยอมรับ ตรงนี้ต้องดูว่าจะถอยเมื่อใด เช่น ส.ว.ตีกลับร่างกฎหมายฉบับนี้ลงมาเมื่อใด ส.ส.จะดำเนินการเมื่อใด หากพรรคเพื่อไทยมองว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้อง เเม้ประชาชนไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมาก จึงควรจัดทำประชามติในเรื่องนี้ เพราะมันจะตัดสินใจโดยที่นายกฯยกอำนาจการตัดสินใจให้ประชาชนทั้งประเทศ เพราะการคัดค้านจะผ่อนคลายลง
"ผมมองเห็นสองวิธีนี้คือล็อบบี้ส.ว.ให้ตีตกร่างกฎหมายฉบับนี้เเละการทำประชามติ"นายทนงระบุ
เมื่อถามว่านายกฯกำหนดทิศทางพรรคเพื่อไทยได้เพียงใด นายทนงกล่าวว่า นายกฯมีอำนาจหากจำเป็นก็ยุบสภา เเละพรรคเพื่อไทยน่าจะชนะอีก นายกฯมีไพ่เหนือทางการเมือง เเต่ความขัดเเย้งยังไม่หมดเเละอาจเกิดการลุกเป็นไฟ เพราะการต่อต้านจะมีหลายด้านทันที นายกฯควรอดทนเเละค่อยๆดูสถานการณ์ หากถอยคนละ 1-2 ก้าวจะดีกว่า เช่นยอมรับเสียงคัดค้านของฝ่ายอื่นๆ เพราะตนเห็นว่าเเม้ไม่เห็นด้วยกับร่างพรบ.ฉบับนี้ฝ่ายต่างๆก็ไม่มาชุมนุมกับพรรคประชาธิปัตย์ หากพรรคเพื่อไทยยังไม่ถอยจะกระทบด้านอื่นๆตามมาเยอะ ดังนั้นนายกฯควรพยายามตัดสินใจให้เร็วเเละมองจังหวะให้ดี
"ผมเห็นใจนายกฯที่รับภาระเเบบนี้ เพราะมีการพลิกเกมการออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมในชั้นกรรมาธิการจนหลายคนช็อก"
เมื่อถามว่าหากถอนคดีทุจริตเเละการสั่งฆ่าประชาชนออกมาจากร่างกฎหมายฉบับนี้ กระเเสจะบรรเทา นายทนงกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยพยายามชี้เเจงให้สังคมเห็นว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่เกี่ยวกับกฎหมายการเงิน เเต่ประชาชนไม่เชื่อเพราะเปลี่ยนเเปลงเเบบฉับพลัน เพราะวาระ1ไม่มีเรื่องเเบบนี้ เเต่ก็พลิกเกมาเเละอ้างรัฐรรมนูญ มาตรา30 มันทำให้ประชาชนนึกไม่ออกเเละให้เวลาประชาชนน้อยจนเกิดความไม่ไว้ใจ





