วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ม็อบปชป.คึก หลังนกหวีดดังมวลชนนับหมื่น

ม็อบสามเสนคึกคักหลังนกหวีดดังมวลชนนับหมื่นเคลื่อนขบวน ประชาชนตอบรับเกินคาด ปักหลักยึดถ.ราชดำเนินต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำกลุ่มคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เวทีสามเสน นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎรธานี และผู้อำนายการ , นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม. , นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรมราช และนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นำประชาชนผู้ร่วมชุมนุมคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการ“เป่านกหวีด”ซึ่งบรรยากาศบริเวณตั้งแต่กลุ่มผู้ชุมนุมสามเสนได้เดินเท้าและขบวนรถมอเตอร์ไซด์ โดยมีแกนนำพรรคและส.ส.ของประชาธิปัตย์ พูดผ่านเครื่องขยายเสียง บนรถที่ปรับเป็นเวทีย่อย ได้เคลื่อนขบวนไปตามถนนพระราม 6 ผ่านแยกตึกชัย , แยกศรีอยุธยา ผ่านไปยังแยกอุรุพงษ์ ผ่านแยกยมราช และถนนราชดำเนินนอก

โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นำมวลชนกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ราว 1 หมื่น 5 พันคน มาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยใช้เส้นทางเดินเท้าจากถนนสามเสน มุ่งหน้ามายังแยกอุรุพงษ์ เข้าสู่ถนนหลานหลวงและทำกิจกรรมเป่านกหวีดคู่ขนานกับมวลชนที่สีลม ซึ่งตลอดการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมทำให้การจราจรติดขัดแต่ประชาชนให้ความสนใจและทยอยเข้าร่วมเดินชุมนุมอย่างคึกคัก ส่งผลให้การจราจรติดขัดเพื่อเปิดทางให้ขบวนเคลื่อนผ่าน เนื่องจากขบวนยาวประมาณ 3 กม. อย่างไรก็ตามเมื่อขบวนเคลื่อนมาถึงบริเวณแยกศรีอยุธยา กลุ่มนักเรียนอาชีวะได้เดินโบกธงชาติมาต้อนรับ และเมื่อขบวนเคลื่อนผ่านกลุ่มผู้ชุมนุมอุอรุพงษ์ ต่างโบกธงชาติและมือตบต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมตะโกนต้อนรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อขบวนเคลื่อนมาถึงบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ได้ ประกาศบนรถเครื่องขยายเสียง ว่าในเวลา 12.34 น. ม็อบสามเสนได้นัดเป่านกหวีดพร้อมกับม็อบสีลม และโบกธงชาติไทย และกล่าวว่าสู้ ๆ จากนั้นทั้งหมดได้เดินเท้า ต่อไปยังอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา และเข้าสักการะศาลหลักเมืองเพื่อความเป็นศิริมงคล และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักษ์คุ้มครองประเทศชาติ ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังวัดพระแก้ว เพื่อทำการกล่าวคำปฏิญาณพร้อมกัน ว่าจะต่อสู้คัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ให้ถึงที่สุด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ ได้นำส.ส.และมวลชนสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หน้าพระบรมมหาราชวัง ประตูวิเศษไชยศรี โดยได้นำกล่าวปฎิญาณว่า “แผ่นดินไทยพระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ ได้สร้างขึ้นทำนุบำรุงนำมาซึ่งความผาสุขจนมาปี 2475 รัชกาลที่ 7 ทรงพระราชทานอำนาจให้ประชาชนทั้งประเทศ เปลี่ยนแปลงเป็นระบอบประชาธิปไตย ต่อมาได้มีกระบวนการผู้คนยึดอำนาจเป็นของคน ๆ เดียว คณะเดียว เป็นเหตุให้พี่น้องต้องมาต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า มาจนบัดนี้ เป็นที่ปรากฎแน่ชัดแล้วว่า ความถูกต้องรวบอำนาจการปกครองในหมู่เขาโดยไม่คำนึงถึงสิทธิอำนาจพยายามแก้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อล้างผิดให้คนโกงคนทุจริตคนเผาบ้านเผาเมือง คนฆ่าประชาชนทหารทำลายกฎหมายทำให้ประเทศไทย ไม่สามารถดำรงนิติรัฐปกครองนิติธรรม จึงมารวมตัวกันปกป้องชาติประชาชน ภายใต้การปกครองที่มีพระมหากษัตร์เป็นประมุข พวกข้าพเจ้าทั้งหลายขอตั้งสัตย์กล่าววาจาว่า ปฎิญาณต่อเบื้องหน้าพระแก้วมรกต พระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ทั้งต่อเบื้องหน้าพระบรมมหาราชวัง ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นผู้สำนึกบุญคุณบ้านเมือง ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความรักชาติบ้านเมือง ด้วยความสุจริตใจ

พวกข้าพเจ้าทั้งหลายขอตั้งสัจจะวาจาว่า จะดำเนินการต่อสู้คัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรม ล้างผิดคนโกงอย่างเต็มที่จนถึงที่สุด ให้กฎหมายดังกล่าวมีอันเป็นไปใช้บังคับไม่ได้ และต่อสู้กับคนทุจริต คดโกงทำลายชาติบ้านเมืองอย่างไม่ย่อท้อ จนกว่าคนเหล่านี้จะสาปสูญไปจากแผ่นดินไทย