312สมาชิกรัฐสภา เมินแจงศาลรธน. คดีแก้รธน.ที่มาส.ว. ส่งผลศาลสอบแค่ผู้ร้อง
รายงานข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งว่าจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดไต่สวนคู่กรณีในคำร้องที่ ส.ส. และ ส.ว. ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาส.ว. เข้าข่ายเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิถีทางที่มิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 หรือไม่ในวันที่ 8 พ.ย.นี้และได้ให้คู่กรณีส่งบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงพร้อมบัญชีพยานที่ประสงค์จะเข้ารับการไต่สวนกลับมายังศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น
ปรากฏว่าฝ่ายผู้ถูกร้อง คือนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานุวุฒิสภา และสมาชิกรัฐสภารวม 312 คน ไม่มีบุคคลใดยื่นบันทึกถ้อยคำยืนยันมา มีเพียงฝ่ายผู้ร้อง คือนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส. บัญชีรายชื่อ และนายสาย กังกเวคิน ส.ว. ระยอง ได้ยื่นบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง พร้อมยื่นบัญชีพยานที่ส่วนใหญ่เป็นส.ส.และส.ว.เพื่อขอเข้ารับการไต่สวน รวมพยานทั้งหมดประมาณ 10 ราย ยกเว้นพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ซึ่งเป็นอีก 1 ผู้ร้องที่ไม่ได้ยื่นบันทึกถ้อยคำมา ทั้งนี้เมื่อพ้นระยะเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้คู่กรณียื่นบันทึกถ้อยคำและบัญชีพยานแล้ว การที่ฝ่ายผู้ถูกร้องไม่ยื่น ศาลก็จะถือว่าไม่ติดใจและจะสืบพยานฝ่ายผู้ร้องเพียงฝ่ายเดียว โดยทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญก็จะได้นำรายละเอียดต่างๆ เหล่านี้เสนอเข้าที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันที่6 พ.ย.ให้พิจารณา เพื่อกำหนดแนวทางในการไต่สวนวันที่ 8 พ.ย. ต่อไป
อย่างไรก็ตามในการประชุมวันที่ 6พ.ย.นั้น ที่ประชุมยังมีวาระการพิจารณากรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรยื่นเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส.ของนายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ และนายโปรดปรานโต๊ะราหนี ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครักประเทศไทย เนื่องจากลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรครักประเทศไทย โดยที่ประชุมจะมีการพิจารณาบันทึกถ้อยคำของคู่กรณี รวมถึงพิจารณาว่าจะต้องไต่สวนพยานตามที่มีการร้องหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวกกต.ได้มีมติเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ว่าการที่นายชัยวัฒน์ ได้ลงลายมือชื่อในหนังสือลาออกจากเป็นสมาชิกพรรครักประเทศไทย ฉบับลงวันที่ 11 ม.ค. 55และนายโปรดปราน ได้ลงลายมือชื่อในหนังสือลาออกจากเป็นสมาชิกพรรครักประเทศไทย ฉบับลงวันที่ 10 ม.ค.55จริง หลังการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 3ก.ค. 54 โดยดำเนินการเรื่องดังกล่าว ณ ที่ทำการพรรครักประเทศไทย และยื่นต่อนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยในวันเดียวกันนั้น ตามกฎหมายแล้วถือว่าเมื่อหนังสือลาออกของบุคคลทั้งสองคน ยื่นถึงนายทะเบียนสมาชิกพรรค การลาออกนั้นเป็นอันสมบูรณ์ ส่งผลให้สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา106(7) ที่ กกต. ต้องยื่นต่อประธานสภาฯ เพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 ต่อไป





