"องอาจ"ลั่นเดินหน้า ต้านพรบ.นิรโทษกรรม รวบรัดปล้นอำนาจประชาชน ตัดสิทธิยื่นศาลรธน.ตามม.68 เพิ่มอำนาจอัยการ
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงความพยายามผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ว่า รัฐบาลไม่ได้เดินหน้าสองเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ประชาชนส่วนใหญ่ แต่ทำเพื่อประโยชน์ของรัฐบาล 3 ประการคือ 1. แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่มาส.ว. มาตรา 190 และมาตรา 68,237 ถือว่าเป็นการแก้เพื่อประโยชน์หมู่คณะที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและเครือข่ายของรัฐบาล 2.มีวาระซ่อนเร้นปูทางไปสู่การรื้อรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของบางคน 3.ตัดทอนอำนาจประชาชน เพิ่มอำนาจองค์กรเครือข่ายใกล้ชิดรัฐบาลให้มีอำนาจเต็มไม้เต็มมือมากขึ้นในการสกัดกั้นการใช้อำนาจของประชาชน ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน
นอกจากนี้รายงานการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และ 237 มีการบรรจุระเบียบวาระในวันอังคารที่ 5 พ.ย.เรียบร้อยแล้ว เพื่อพิจารณาวาระสองและสาม ซึ่งนายอำนวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาล ออกมายืนยันว่าจะไม่นำร่างดังกล่าวมาพิจารณาในวันอังคารนี้ และไม่รู้ว่าจะพิจารณาเมื่อไหร่ ซึ่งประชาธิปัตย์ไม่เชื่อถือคำพูดนี้ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาพฤติกรรมของรัฐบาล และคนในรัฐบาลตระบัดสัตย์ต่อคำพูดของตัวเองตลอดเวลา เช่น จะนิรโทษกรรมประชาชน ไม่เกี่ยวข้องกับผู้สั่งการ แกนนำ การช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ และคนทุจริต
นายองอาจ กล่าวว่า รัฐบาลแก้กฎหมายเพื่อช่วยเหลือคนทุจริตและ พ.ต.ท.ทักษิณ แก้ให้คนที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต เผาอาคารสถานที่ได้รับการนิรโทษกรรม เป็นการตระบัดสัตย์ของรัฐบาล ขณะที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีบอกให้ใช้เวทีสภาหาทางออกประเทศ แต่ตลอดเวลาที่มีการพิจารณารัฐบาลไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้าน ได้เสนอความเห็นเพื่อหาทางออกร่วมกัน
" คำพูดของนางสาวยิ่งลักษณ์จึงถือเป็นการตระบัดสัตย์เช่นกัน เพราะมีการใช้เผด็จการเสียงข้างมากปิดปากฝ่ายค้านด้วยการปิดอภิปราย จนทำให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่เมื่อรัฐบาลมีพฤติกรรมตระบัดสัตย์อยู่ตลอดเวลา คำพูดของนายอำนวยที่บอกว่าจะไม่มีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 67และ237 ในวันอังคารนี้จึงเชื่อถือไม่ได้ ซึ่งตนเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะหักดิบใช้เสียงข้างมากนำร่างดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาหลังการพิจารณากรอบสนธิสัญญาระหว่างประเทศ " นายองอาจ กล่าว





