"อนุสรณ์" บอก "สุเทพ" สบายใจรัฐบาลไม่ขวางการชุมนุม ถามประชาธิปัตย์หวังสร้างความวุ่นวายจนเกิดรัฐประหารหรือไม่
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งศูนย์ประสานงานแบบถาวรที่ม็อบสามเสน ส่งสัญญาณให้แนวร่วมทั่วประเทศร่วมชุมนุมคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ว่า ขอให้นายสุเทพและพรรคประชาธิปัตย์สบายใจได้เลยว่ารัฐบาลไม่ขัดขวางการชุมนุมของประชาชน ไม่มีแนวคิดกระชับพื้นที่ ขอคืนพื้นที่ ประกาศเขตใช้กระสุนจริงยิงใส่ประชาชนที่มาชุมนุมอย่างแน่นอน ความจริงพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ทำงานการเมืองมานาน เห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็น่าจะยืนหยัดสู้กันตามกระบวนการรัฐสภา ก่อนหน้านี้ยืนกรานปฏิเสธกระต่ายขาเดียวว่าไม่เกี่ยวกับทุก ๆ ม็อบ แต่วันนี้หลักฐานปรากฎชัด 1 ล้านคนที่จะระดมไม่จำเป็นต้องมาสามเสน อยู่ตรงไหนก็ได้ นับเหมารวมหมด ม็อบสวนยางที่บอกว่าไม่เกี่ยวจึงเป็นการโกหก ยอมเปิดถนนเพื่อให้ม็อบมาเติมที่กรุงเทพฯ การประกาศเป่านกหวีดสู้จนตายถือเป็นสิทธิ์ การเสียชีวิตเป็นเรื่องส่วนตัวของนายสุเทพ แต่ไม่รู้ว่าคนดีใจ เสียใจ ฝั่งไหนจะมากกว่ากัน จนถึงวันนี้ยังไม่แน่ใจว่า ลึก ๆ นายสุเทพอาจดีใจที่พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่านสภาผู้แทนราษฎร สิ่งที่เห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะขนาดตอนปะทะกับกัมพูชาหน้าหนึ่ง อีกหน้าหนึ่งยังแอบไปเจรจาเรื่องพลังงานกับเขา ไหนๆ ก็ประกาศสู้จนตายก็อย่าทำให้แม่ยกผิดหวัง อย่าเพียงให้หางเครื่องลาออกปาหี่จากกรรมการบริหารพรรค แต่ส.ส.ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ต้องลาออกจากการเป็นส.ส.ถึงจะได้ใจกองเชียร์ อย่าตีไพ่หลายหน้า สุดท้ายอาจเผลอตีโง่ก็ได้
ส่วนเป้าประสงค์หลักของพรรคเพื่อไทยเบื้องแรกคือ ความพยายามแสวงหาหนทางในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติซึ่งการที่มีบางฝ่ายคัดค้านสามารถสื่อสารถกเถียงกันได้ แต่ไม่ควรกล่าวหากันว่าออกกฎหมายนิรโทษกรรมทำเพื่อล้างผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เหตุการณ์ที่เป็นตัวทำลายล้างครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองรอบหลังคือการรัฐประหาร 19 กันยา 2549 ทำลายหลักนิติธรรม นิติรัฐของประเทศอย่างย่อยยับ พ.ต.ท.ทักษิณตกเป็นเหยื่อของการกระทำในครั้งนั้นเรื่อยมา น่าเสียดายที่ครั้งนั้น
นอกจากพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ออกมาต่อต้านแล้วยังไปแอบรับประโยชน์จากผลพวงของการก่อรัฐประหารเสียเอง มีหลักฐานปรากฎชัดต่างกรรม ต่างวาระจนถึงการตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ดังนั้น ความพยายามในการล้างผลพวงของการรัฐประหาร จึงน่าจะเป็นการแก้ไขที่เดินมาถูกทางแล้ว ทั้งนี้ การเห็นต่างสามารถกระทำได้ แต่ขอให้อยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ อย่าเคลื่อนไหวรุนแรง เพื่อรักษาบรรยากาศความปรองดองสมานฉันท์ หรือแท้ที่จริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์หวังสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายเพื่อนำไปสู่การรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง





