เครือข่ายรวมพลังปกป้องแผ่นดินไทยอีสานใต้-ตะวันออก โผล่ชายแดนต้านศาลโลกตัดสิน"พระวิหาร" เชื่อไทยมีแต่"เจ๊า-เจ๊ง"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณหน้าศาลหลักเมือง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กลุ่มเครือข่ายรวมพลังปกป้องแผ่นดินไทยอีสานใต้-ตะวันออก นำโดย นายวีรพล โสภา แกนนำเครือข่ายฯ พร้อมมวลชนกว่าร้อยคน ได้เคลื่อนขบวนรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงขับไปตามถนนในตัวเมือง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อต่อต้านคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหารของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ศาลโลก)ในวันที่ 11 พ.ย.นี้
นายวีรพล กล่าวว่า ทางเครือข่ายได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการตัดสินของศาลโลกน่าจะมีความสุ่มเสี่ยงทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน ไม่เฉพาะปราสาทเขาพระวิหารเท่านั้น แต่รวมไปถึงพื้นที่ชายแดนทั้ง 7 จังหวัด ได้แก่ จ.อุบลราชธานี จ.บุรีรัมย์ จ.ศรีสะเกษ จ.สระแก้ว จ.ตราด จ.จันทรบุรี และสุรินทร์ โดยมีพื้นที่รวมกว่า 1.8 ล้านไร่ และทางทะเลจำนวน 17 ล้านไร่ ยังไม่นับรวมทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในดินและใต้ท้องทะเลอีกจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขณะเดียวกัน หากคนไทยรับคำตัดสินของศาลโลก ไม่ว่าจะเป็นในแนวทางใดใน 4 แนวทางที่มีการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ก็จะทำให้ไทยสุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดนอยู่ดี เพราะที่ผ่านมากัมพูชาไม่เคยปฏิบัติตามข้อตกลงได้สักครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ทับซ้อน ที่ได้มีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันหรือ Mou43 ซึ่งห้ามไม่ให้ดำเนินกิจการ หรือปลูกสร้างสิ่งใด ๆ บนเนื้อที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร แต่ทางกัมพูชา ก็ยังได้ก่อสร้างบ้านเรือนและนำประชาชนเข้ามาอยู่อาศัย ขณะที่คนไทยซึ่งเคยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวกลับไม่สามารถอาศัยอยู่ได้
ดังนั้นทางกลุ่มอยากให้รัฐบาลและกองทัพ ผลักดันชาวกัมพูชาที่เข้ามาอาศัยตามแนวชายแดนออกไปตามบันทึกข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกัน สรุปคือ ไม่ว่า ศาลจะตัดสินอย่างไรไทยก็มีแต่จะเจ๊ากับเจ๊งเท่านั้น ซึ่งตนยังยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นของแผ่นดินไทยส่วนการเคลื่อนไหวต่อจากนี้ จะเดินทางไปรณรงค์ ตามอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดศรีสะเกษ และมุ่งหน้าต่อไปยัง จ.สุรินทร์ จ.บุรีรัมย์ จ.นครราชสีมา รวมถึงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หากรัฐบาลและกองทัพยังไม่ดำเนินการใด ๆ เพื่อรักษาอธิปไตยและปกป้องผลประโยชน์ชาติ





