"คำนูณ"ชี้ช่องชะลอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกไปอีก 6 เดือน คาดหวังให้ส.ว.ข้างมาก ลงมติไม่รับหลักการวาระแรก
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องจากการชุมนุทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นชอบในวาระสาม เมื่อช่วงรุ่งสางของวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า ตามความเหมาะสมควรจะเป็นวันที่ 11 พ.ย. นี้ โดยส่วนตัวยืนยันว่าจะลงมติคัดค้านและไม่รับหลักการ
ทั้งนี้ในการอภิปรายวาระแรกนั้นจะเป็นการแสดงจุดยืนการคัดค้าน อย่างไรก็ตามตนมองว่ามีวิธีที่จะทำให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวชะลอการพิจารณาได้ โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 147 (2) ที่ระบุว่าว่าหากวุฒิสภาไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ด้วยกับสภาฯ ให้ยับยั้งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไว้และส่งคืนสภาฯ และตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 กำหนดให้สภาฯ ยกร่าง พ.ร.บ. ที่วุฒิสภาไม่เห็นชอบเมื่อพ้นกำหนด 180 วันหรือ 6 เดือน
"ผมไม่ทราบว่ามติเสียงส่วนใหญ่ของวุฒิสภาในวาระแรกจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของส.ว.แต่ละคน แต่แค่แนะว่าตามช่องทางยังมีวิธีนี้ จากเดิมที่เข้าใจกันว่าให้รับหลักการวาระแรกไปก่อน แล้วในชั้นกรรมาธิการฯ ค่อยแก้ไข" นายคำนูณ กล่าว
นายคำนูณ ได้กล่าวประณามกระบวนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในชั้นสภาฯ ว่าเป็นความอัปยศ หากกระบวนการการพิจารณาการตรากฎหมายเป็นอย่างที่เกิดขึ้น จะทำให้เห็นว่าระบบรัฐสภาล้มเหลว และหมดสภาพไป เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้แม้จะมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล แต่เมื่อพรรคมีมติคนที่ไม่เห็นด้วยก็ลงคะแนนให้เป็นไปตามมติพรรคการเมืองทั้งหมด ทำให้เห็นว่ากระบวนการในระบบนิติบัญญัติที่ต้องตรวจสอบฝ่ายบริหารไม่สามารถไปต่อได้ ก็ต้องเข้าสู่การเมืองบนท้องถนน
"เราไม่มีทางเลือกอื่น เมื่อสภาฯ ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ แม้ พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะฝ่ายค้าน ก็สู้ไม่ได้ หากเข้าสู่ชั้น ส.ว. แล้วแต่ยังพึ่งพิงไม่ได้อีก คงเหลือแค่กลไกองค์กรอิสระเท่านั้น และตอนนี้ก็มีทางเลือกแค่ 2 ทาง คือ นอนเฉยๆ หรือออกไปเรียกร้องรณรงค์ให้เปลี่ยนแปลงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนการเคลื่อนไหวของการเมืองนอกสภาฯ จะไม่ได้รับการยอมรับจากต่างชาติ แต่ไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญ เพราะอย่างหลายประเทศก็มีกรณีที่ประชาชนลุกมาต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงกลไกที่เป็นอัมพาต" นายคำนูณ กล่าว





