"สุรนันทน์"ท้า"อภิสิทธิ์-สุเทพ"ลาออกส.ส. มาเคลื่อนไหวต้านกฎหมายนิรโทษเอง
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงการณ์ต่อต้านการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... วาระที่สองของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 31 ต.ค. ว่า การที่พรรคฝ่ายค้านออกมาเรียกคนชุมนุมนั้น รัฐบาลเข้าใจดีว่าเป็นไปตามกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยที่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้ แต่ที่จะขอตำหนิ คือ ในกระบวนการทางกฎหมายของร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ถึงแม้จะผ่านการพิจารณาในสภาฯวาระที่สองและสาม ก็ยังมีขั้นตอนของวุฒิสภา แม้กระทั่งกระบวนการที่ฝ่ายค้านออกมาบอกเองว่าหากผ่านกระบวนการของรัฐสภาก็อาจจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ
นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นกระบวนการของรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตยที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นกระบวนการเหล่านี้เป็นกระบวนการที่เป็นมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับ หากกระบวนการตรงนี้ถ้าฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยในเรื่องใดแน่นอนการต่อสู้ในเชิงความคิดมีได้ในเวทีรัฐสภาและเราอยากให้เป็นเช่นนั้น ทั้งนี้การจะแสดงความคิดเห็นนอกสภาก็เป็นไปได้ แต่ต้องเป็นการแสดงความคิดเห็นที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น และไม่ใช่การเรียกระดมประชุมยืดเยื้อเพื่อสร้างแรงกดดัน หรือเงื่อนไขที่อาจจะนำไปสู่ความรุนแรงได้ และแม้กรรมการบริหาร (กก.บห.) ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะลาออกมาเพื่อมานำม็อบแต่ปชป.ก็ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ หากการชุมนุมละเมิดต่อระบอบประชาธิไตย ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และละเมิดกฎหมาย
"ผมค่อนข้างผิดหวังในตัวคุณสุเทพและคุณอภิสิทธิ์ เพราะถ้าจะมีกระบวนการเกิดขึ้น ทำไมคุณสุเทพและคุณอภิสิทธิ์ถึงไม่ลาออกมาเคลื่อนไหวเอง และผมไม่ได้เรียกร้องให้ลาออกจากกก.บห.อย่างเดียว แต่ควรลาออกจากส.ส.เสียเลย” นายสุรนันทน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการออกมาชุมนุมจะทำให้ประเทศเสียภาพพจน์หรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ถ้าอยู่ในกรอบกติกาประชาธิปไตย โดยเฉพาะในรัฐสภามันไม่มีปัญหา จะเห็นว่าภายในพรรคเพื่อไทยถึงแม้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเป็นมติพรรคก็ต้องดำเนินการต่อ เพราะยังต้องผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นตอนซึ่งอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้ แม้แต่ในกระบวนการสภาฯอาจจะมีการแปรญัตติแก้ไขก็ได้ และภาพลักษณ์ก็ไม่เสียด้วย
นายสุรนันทน์ กล่าวว่า หากภาพลักษณ์ออกมาว่าจะมีการไปล้อมศาลาว่าการจังหวัด จะทำให้รัฐบาลไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสภาตกต่ำเพราะไปปิดสถานที่ราชการต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของต่างประเทศต่อประเทศไทยทั้งสิ้น และไม่เป็นประโยชน์แก่ใครเลย
เมื่อถามว่ามีการตั้งวอร์รูมเพื่อประเมินสถานการณ์จริงหรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ข่าวก็ออกเกินเลยไป เพราะความจริงแล้วกระบวนการทุกกระบวนการแม้กระทั่งการแถลงนโยบายของรัฐบาลก็มีกลุ่มหรือมีผู้ที่ดูแลด้านนี้เพื่อติดตาม และช่วยกันชี้แจง ให้สาธารณชนเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะในโลกไซเบอร์มีการปล่อยข่าวลวง ปล่อยข่าวเท็จมากมาย รัฐบาลเองก็มีหน้าที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในสิ่งที่ถูกต้อง
เมื่อถามว่า เมื่อเห็นว่าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯจะไปสะดุดที่ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งทำไมถึงพยายามผลักดัน นายสุรนันทน์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และเมื่อส.ส. ส่วนใหญ่และสมาชิกของพรรคเพื่อไทยเห็นว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์กับประเทศก็มีการผลักดันไปตามขั้นตอน โดยเราไม่สามารถไปบอกได้ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เมื่อตัดสินใจตรงนี้แล้ว กระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรเดินไปในสามวันนี้ก็จะมีการถกเถียงในหลากหลายเหตุผล ซึ่งอาจทำให้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่ออกมาอาจจะไม่เป็นไปตามที่วิพากษ์วิจารณ์ก็ได้
เมื่อถามว่า จะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ถ้ากระบวนการเดินไปตามระบบรัฐสภา ตามระบอบประชาธิไตยก็ไม่กังวลว่าจะกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล แต่ถ้าทำให้เกิดกระบวนการที่ทำให้มีการต่อต้านรัฐบาลนอกระบบไปถึงการล้มล้างรัฐบาล ไปถึงจุดแช่แข็งประเทศไทยอีก ก็จะไม่มีประโยชน์กับประเทศเลย ที่ตนออกมาพูดวันนี้ เพราะเห็นว่าเรื่องนี้มีความเห็นที่ไม่ตรงกัน เมื่อเป็นความเห็นแย้งที่ไม่ลงรอยกันก็ต้องไปปรับจูนกัน หรือต่อสู้ในเชิงความคิดต่อไปแต่ให้อยู่ในกรอบของสภาฯ แต่อย่าให้เป็นความขัดแย้งที่เอาเรื่องส่วนตัวมา เป็นความขัดแย้งที่ทำให้เกิดความรุนแรงบนท้องถนน รัฐบาลนี้คงยอมไม่
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะรับมือสถานการณ์อย่างไร นายสุรนันนท์ กล่าวว่า รัฐบาลมีมาตรการในการดูแลความสงบเรียบร้อย เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของคนอื่น แต่การแสดงความคิดเห็นไม่ควรที่จะไปปิดถนน รางรถไฟ หรือทำให้ส่วนราชการทำงานไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่อันตรายต่อประเทศ ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่ามาตรการต่างๆจะเป็นไปด้วยความละมุ่นละม่อม โดยมีการเจรจาหารือ ขณะเดียวกันก็ขอความร่วมมือว่าการแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในกรอบที่ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพคนอื่น
เมื่อถามว่าหน่วยงานความมั่นคงรายงานหรือไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมีจำนวนเท่าไร นายสุรนันนท์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการรายงานมาเป็นตัวเลข แต่ทราบว่ามีการระดมคน ซึ่งต้องประเมินกันเป็นวันต่อวันว่ามีจำนวนเท่าไร ทั้งนี้ จะมีจำนวนมากหรือน้อยนั้น ไม่น่าเป็นห่วง แต่ห่วงว่าเป็นการระดมเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งบนท้องถนน เกิดการปะทะกันก็ไม่มีประโยชน์กับใคร
เมื่อถามว่า ขณะนี้สถานการณ์ไม่ค่อยเรียบร้อยนายกฯ จะมีสมาธิไปประชุม ครม.นอกสถานที่ จ.ลพบุรี หรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า นายกฯ มีหน้าที่บริหารประเทศและการบริหารประเทศนั้นหยุดไม่ได้ ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระบวนการของสภาก็ดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม นายกฯ ต้องการให้เกิดความมั่นใจว่า การดูแลผู้ชุมนุมต้องเป็นไปตามาตรฐานสากล และเปิดให้แสดงสิทธิเสรีภาพได้ แต่ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น และขณะนี้ก็ยังไม่มีแนวคิดที่จะขยายประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพิ่มเติม
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะบอกอะไรกับคนเสื้อแดงที่ไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า วันนี้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ อยู่ในกระบวนการของสภาฯแล้ว ให้ทุกคนไปดูกันภายใน 2-3 วันนี้เพื่อให้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าผู้แทนราษฎรได้ทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
เมื่อถามว่าองค์กรต่อต้านทุจริตออกมาต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ฉบับนี้ เพราะจะเป็นการส่งเสริมการทุจริต นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ถือเป็นความคิดเห็นที่หลากหลาย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะรับฟังเหตุผล ซึ่งจะมีการสะท้อนในรัฐสภาและหากเห็นว่าควรจะเป็นอย่างนั้นก็คงจะต้องมีการปรับแก้กันต่อไป





