วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.ไฟเขียวยืดเวลาเปิดด่านไทย-เขมร5จุด

ครม.ไฟเขียวขยายเวลาเปิดด่านถาวรไทย-กัมพูชา 5 จุด เดิมเปิด 07.00-20.00 น. เป็น 06.00-22.00น. "สุรพงษ์" รายงานถก"ฮอร์ นัม ฮง"ที่ยอมรับ4ข้อ

นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติครม.ว่า ครม.มีมติเห็นชอบการดำเนินการขยายเวลาเปิดจุดผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา จาก เวลา 07.00 - 20.00 น. เป็น 06.00 - 22.00 น. จำนวน 5 แห่ง ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ ดังนี้ 1.จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี 2.จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี 3.จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด 4.จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว และ 5.จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

"มีการสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ทุกฝ่ายก็เห็นด้วยที่จะขยายเวลาเปิดจุดผ่านแดนถาวรตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยครม.ขอให้หน่วยงานต่างๆไปจัดกำลังพลให้เหมาะสมในการให้บริการในเวลาที่มีการขยาย ทั้งนี้จริงๆแล้วไทยได้มีการหารือกับกัมพูชาแล้ว ประสงค์จะเปิดจุดผ่านแดนถาวรในการขยายเวลามากกว่านี้ แต่ว่าทางกัมพูชามีความพร้อมใน 5 ด่าน จึงเป็นมติที่ให้มีการขยายเวลาใน 5 ด่าน” นายธีรัตถ์ กล่าว

นายธีรัตถ์ กล่าวด้วยว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ สรุปกรณีที่เดินทางไปหารือกับนายฮอร์ นัม ฮง รองนายกและรมว.ต่างประเทศของกัมพูชา กรณีที่จะมีการตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ศาลโลก)คดีเขาพระวิหาร ซึ่งนายสุรพงษ์รายงานว่า นายฮอร์นัมฮงเห็นด้วยกับ 4 ข้อเสนอของประเทศไทย ดังต่อไปนี้ 1.จะต้องคงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาไว้ไม่ว่าคำตัดสินของศาลโลกจะออกมาเป็นอย่างไร 2.ทหารและข้าราชการตามแนวชายแดนจะต้องรักษาความสงบ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใดๆขึ้น 3.เมื่อศาลโลกมีคำวินิจฉัยออกมา ทั้งไทยและกัมพูชาจะต้องใช้กลไกความร่วมมือของคณะกรรมการร่วมเจซี และจีบีบีซี ในการหารือหลังจากมีคำสั่ง แล้วก็ให้เวลาซึ่งกันและกันว่าจะมีการดำเนินการใดใด ก็จะดำเนินการไปพร้อมๆกัน และ 4.ให้กระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายเป็นผู้รับผิดชอบในการแถลงข่าว เพื่อให้เกิดความเข้าใจกับประชาชนของทั้งสองประเทศ

"นายฮอร์ นัม ฮง ยอมรับสิ่งที่ทางรองนายกฯสุรพงษ์เสนอมาทุกเรื่อง โดยย้ำว่าสาเหตุที่รัฐบาลกัมพูชาจะต้องนำเรื่องนี้ขึ้นสู่ศาลโลกเพราะเกิดความขัดแย้งกับไทยในช่วงของรัฐบาลที่แล้ว และย้ำว่าการที่มีผู้เรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีไม่ให้ยอมรับอำนาจศาลโลกนั้น ไทยก็ไม่ได้ยอมรับอำนาจศาลโลกมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2505 แล้ว และจากนี้จะมีการทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนในการทำความเข้าใจเรื่องนี้กับประชาชนในการรับอำนาจศาลโลกต่อไป"นายธีรัตน์ กล่าว