"จักรภพ" โพสต์เฟซบุ๊คแนะ "ทักษิณ" ชะลออย่าเร่งเดินหน้า พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอย หวั่นประชาชนผิดหวัง
นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตแกนนำ นปช. ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ต่างประเทศ โพสต์เฟซบุ๊คแสดงจุดยืนต่อ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยใช้หัวข้อว่า "คิดเนิบเนิบ เปิบช้าช้า" ซึ่งระบุว่า "ไม่มีใครอยากเห็นความแตกร้าวในขบวนประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งอาจลดกำลังใจของฝ่ายเราและทำให้ผู้ที่อยู่ในเครือข่ายที่คอยขัดขวางประชาธิปไตยได้ใจ เราจึงควรพิจารณาเหตุปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบและใจเย็น นี่ผมหมายถึงตัวเองด้วยนะครับ ไม่ใช่บอกให้คนอื่นทำแล้วผมไม่ทำ สิ่งที่ผมจะเขียนต่อจากนี้ไปจึงเป็นการพูดกับทุกคน รวมทั้งกับตัวผมเองด้วย "
"ประการแรก เรามาลองมองโลกจากทั้งสองมุมมอง ได้แก่ แนวทางนิรโทษกรรมแบบสุดซอย เหมาเข่ง ยกโหล หรือคำอื่นๆ ในความหมายใกล้เคียงกันนี้ กับแนวทางนิรโทษกรรมทุกคนเว้นแต่ผู้บงการ ผู้สั่งการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติชั้นอาวุโส ซึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งในเมืองไทยและในระดับโลกต่อไป ผมแสดงจุดยืนไปแล้วว่าผมเห็นด้วยกับแบบที่สอง เหตุผลโดยสรุปก็คือการมุ่งสร้างบรรทัดฐานไว้ให้กับระบอบประชาธิปไตยไทย ที่ต้องให้บทเรียนกับระบอบเก่าว่าทำอย่างนี้กับประชาชนโดยไม่รับผิดรับชอบใดๆ เลยไม่ได้ และเป็นการปกปักษ์รักษาจุดยืนของไทยในระดับสากล หากยกโทษกันอย่างไร้หลักการ ไทยในสายตาของศาลอาญาระหว่างประเทศและสากลโลก อาจกลายเป็นรัฐที่โลเลไร้หลักการ จนเมื่อจะบากหน้าไปพึ่งเขาอีกครั้งหนึ่งเมื่อถูกหลอกซ้ำสามซ้ำสี่ เขาอาจจะไม่ใส่ใจเราก็ได้ เพราะเป็นรัฐที่มีกลไกแปลกประหลาดของตัวเองในการแก้ปัญหา เขาจะทุ่มเวลาและทรัพยากรต่างๆ เพื่อคดีของเราไปอีกทำไม อย่างไรก็ดี เหตุปัจจัยที่ร้ายแรงที่สุดในมุมมองของผมคือกำลังใจของประชาชน ซึ่งเราต้องระวังรักษาไว้ให้สมกับที่เป็นของมีค่า อย่าไปนึกว่าเล่นกับประชามติได้เหมือนเล่นเปียโน ซึ่งกดออกมาเป็นเสียงได้ตามชอบใจ แต่ผมก็สดับตรับฟังและใคร่ครวญถึงเหตุผลของท่านที่มองโลกอีกแบบหนึ่งมาตลอดด้วย ผมเข้าใจถึงสถานการณ์พิเศษที่เรากำลังเผชิญอยู่ เดือนธันวาคมจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ เราจึงควรใช้อำนาจเท่าที่มีอยู่ ผลักบ้านเมืองให้ไปข้างหน้า ก่อนที่ความแตกแยกอย่างหนักในตอนนั้นจะดึงเราถอยหลัง จนเราต้องมานั่งเสียดายเวลาและโอกาสในช่วงนี้ "
"ผมเข้าใจดีว่าบ้านเมืองเสียโอกาสในเศรษฐกิจระหว่างประเทศไปหลายปีแล้ว ควรที่เราจะกลับมาช่วยกันฟื้นฟูบ้านเมืองและทำมาค้าขายต่อไปได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่ AEC หรือ เขตเศรษฐกิจอาเซียนจะเกิด "
"ผมเข้าใจดีว่าเราอยากเป็นรัฐบาลต่อ เพราะมีอำนาจรัฐบางส่วน (limited state power) คงดีกว่าไม่มีอำนาจรัฐเลย "
"ผมเข้าใจดีว่าเราต้องส่งสัญญาณตอบกลับอาการ “อ่อนลง” ของเจ้าของประเทศแต่เดิม เพื่อดูว่าเขาจะมีน้ำใจให้เรามากไปกว่านั้นไหม "
"ผมเข้าใจดีว่า อดีตนายกรัฐมนตรีคุณทักษิณฯ กลับไปอยู่เสียเมืองไทยก็ย่อมจะเป็นคุณในการบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยความรู้ความสามารถอันเป็นที่ยอมรับของท่าน ถึงจะไม่ต้องไปอยู่ในตัวรัฐบาลเองก็เถอะ "
"ผมเข้าใจดีว่า วิกฤติการเมืองเที่ยวนี้ไม่มีทางออกที่สวยงามสำหรับทุกคน และแต่ละฝ่ายก็ต้องเสียสละจุดยืนของตนเองบ้างถ้าอยากให้มันจบ "
"และผมก็เข้าใจดีว่า ฝ่ายเราก็พร้อมทำตัวเป็นประชาธิปัตย์หน่อยๆ ด้วยวิธีสกัดกั้นทำลายพวกเรากันเองที่ดันทุรังและหัวดื้อ ไม่อยู่ในความควบคุม ภาพในบ้านเราเองคงจะไม่สวยงามนักถ้าเราดึงดันกันต่อไป ทั้งหมดนี้ผมพอเข้าใจครับ"
"แต่เข้าใจแล้วไม่ได้หมายความว่าต้องเห็นด้วย เหมือนบทความของท่านไหนก็ไม่แน่ใจที่ผมอ่านเมื่อเช้านี้เอง ขณะนี้พวกเรามีทางเลือกที่สำคัญระหว่าง ๑) จบเร็วทันใจ แต่ไม่ได้บรรทัดฐานทางประชาธิปไตย ๒) จบอย่างชนิดได้ทั้งบรรทัดฐาน และบทเรียนอันมีค่า แต่บ้านเมืองก็จะค้างคาอยู่ในหลุมดำอย่างนี้ไปอีกหลายปี รวมทั้งอาจจะถึงคราวเลือดท่วมท้องช้างด้วย "
"ทั้งสองทางเลือกนี้ไม่สมบูรณ์และมีความเสี่ยงอย่างฉกรรจ์ผูกอยู่ด้วยทั้งสองทาง ผมคิดว่า ผู้มีอำนาจในฝ่ายเรารวมทั้งท่านอดีตนายกฯ ควรยอมเสียเวลาอีกสักระยะหนึ่งในการแสวงจุดร่วมและสงวนจุดต่างระหว่างสองทางเลือกนี้ อย่าเร่งรัดจนผู้คนเขาต้องตะโกนตามหลังว่าตกรถ ซึ่งเขาจะโกรธ ผิดหวัง และเดินขึ้นรถผิดคันไปได้ ส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่าเราพร้อมยอมฟัง โดยไม่ต้องสัญญาหรอกว่า ผลสุดท้ายจะออกมาในรูปไหน เพราะเราจะทำงานร่วมกันจนทางออกนั้นเกิดขึ้น และจะรับผิดชอบร่วมกันอยู่"





