กมธ.ส.ว. แก้เนื้อหา พ.ร.บ. 2 ล้านล้าน ระบุเงินกู้ต้องเข้าคลังก่อนนำมาใช้ ส่งผลต้องออกกฎหมายให้สภาพิจารณา
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ (พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท) วุฒิสภา เปิดเผยว่า ทางกรรมาธิการฯ ได้มีการพิจารณารายละเอียดของร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วเสร็จแล้ว โดยมติกรรมาธิการฯ เสียงข้างมากเห็นชอบให้แก้ไขรายละเอียด ใน 2 จุด คือ
1. มาตรา 3 ว่าด้วยคำนิยาม กรรมาธิการฯ เสียงข้างมากมีมติ เพิ่มเติมนิยาม คำว่า "โครงการ หมายความว่า โครงการตามแผนงานยุทธศาสตร์ที่ปรากฎในเอกสารประกอบการพิจารณาในพระราชบัญญัตินี้ที่ได้นำเสนอต่อรัฐสภา"
และ 2.มาตรา 6 วรรคหนึ่ง เดิมที่ระบุว่า "เงินที่ได้จากการกู้ตามมาตรา 5 ให้นำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ในการกู้เงิน โดยไม่ต้องนำส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง" โดยกรรมาธิการเห็นชอบให้แก้ไข โดยตัดคำว่า "ไม่" ออกจากเนื้อหาวรรคหนึ่ง จะทำให้เงินกู้ ก่อนนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ ต้องนำส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง ก่อน กล่าวคือ เงินกู้ก่อนนำไปใช้จ่ายตามแผนงานต้องออกเป็นกฎหมายให้รัฐสภาพิจารณาตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 169 กำหนด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการแก้เนื้อหามาตรา 6 นี้ถือเป็นการแก้ที่ค่อนข้างกระทบต่อโครงการของรัฐที่ได้วางไว้ เนื่องจากที่เขียนไว้ตามร่าง เพราะต้องการให้เงินสามารถนำมาใช้ได้โดยสะดวก โดยไม่ต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของสภา ซึ่งเรื่องนี้ถูกโต้แย้งอย่างมากโดยผู้ที่คัดค้าน เพราะมองว่าขาดโอกาสที่จะตรวจสอบซ้ำอาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญด้วย
ทั้งนี้ ตามกระบวนการหากเมื่อเข้าสู่วาระ 2 และ 3 ของที่ประชุมวุฒิสภา และที่ประชุมเห็นชอบตามร่างแก้ไขของกรรมาธิการฯก็จะต้องส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาว่าจะเห็นด้วยกับร่างฉบับไหน หากเห็นด้วยกับร่างที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ก็ให้ตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภา ซึ่งมีการมองว่าจะทำให้ขั้นตอนในการออกกฎหมายล่าช้าเข้าไปอีก





