กมธ.นิรโทษฯไม่ยอมให้ตั้งกรรมการกลั่นกรองคนได้รับผล อ้างเนื้อหาชัด "ประยุทธ์"บอกนายกฯมีอำนาจจะเป็นผู้ดำเนินการเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการแปรญัตติของสส.ที่เสนอคำแปรญัตติเพื่อขอแก้ไขร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่อจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือของประชาชน (พ.ร.บ.นิรโทษกรรม) วันที่สอง ว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ที่มาเสนอคำแปรญัตติ เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเสนอขอแก้ไขรายละเอียดของเนื้อหาให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองบุคคลที่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรมหลังจากที่ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมมีผลบังคับใช้ เพื่อลดปัญหาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติตามกฎหมาย อาทิ นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง เนื่องจากบุคคลที่อาจเข้าข่ายการได้รับนิรโทษกรรม คือ ผู้ต้องขังตามหมายศาล และ เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นเมื่อกฎหมายนิรโทษกรรมมีผลบังคับใช้จะทำให้บุคคลได้รับความเป็นอิสระทันที และมีสิทธิ์ออกจากเรือนจำวันรุ่งขึ้น แต่ใครจะเป็นผู้พิจารณาว่าใครจะได้รับการปล่อยตัว ในทางปฏิบัติยอมรับว่าจะสร้างปัญหาในทางปฏิบัติได้
ด้านนายนิพนธ์ ฮะกิมี รองเลขาธิการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า สำหรับมาตรา 3 ตามร่างของกรรมาธิการฯ เสียงข้างมากมีความชัดเจนว่าบุคคลจำนวนใดบ้างที่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรม โดยรัฐสามารถดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดไว้ในมาตรา 4 ของร่างฯ ได้ทันที แต่หากระบุให้ผลของการนิรโทษกรรมเกิดหลังจากร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ ตามที่เสนอคำแปรญัตติ เช่น 1 ปี หรือ 240 วัน อาจเป็นการเอาเปรียบผู้ได้รับการนิรโทษกรรมตามกฎหมายนี้ได้
ขณะที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะเลขานุการกรรมาธิการฯ อภิปรายสนับสนุนนายนิพนธ์ว่า จากการออกกฎหมายนิรโทษกรรม หรือ ล้างมลทินที่ผ่านมาไม่พบว่ามีการตั้งกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งเป็นสิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องไปดำเนินการ ทำให้นายไชยวัฒน์โต้แย้งว่าการอภัยโทษได้มีการทำรายชื่อที่ชัดเจน แต่คนที่ได้ประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรมบางคนไม่ได้อยู่ในเรือนจำ ด้านนายแก้วสรร อติโพธิ กรรมาธิการฯ อภิปรายว่าการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้จะมีปัญหาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทำให้นายสามารถ กล่าวในตอนท้ายว่า เป็นปัญหาบริหารจัดการภายใน ที่หน่วยงานต้องไปพิจารณา
ทั้งนี้ ช่วงการแปรญัตติของนายไชยวัฒน์ ได้สอบถามถึงหน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณากลั่นกรองคนได้รับผลนิรโทษกรรม ทำให้นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ รองประธานกรรมาธิการฯ คนที่ 1 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ จะตั้งกรรมการชุดนี้แน่นอน เพราะผู้รักษาการฯ มีอำนาจ ซึ่งตนมั่นใจว่านายกฯ ฐานะผู้บริหารจะตั้งกรรมการแน่นอน ทำให้นายไชยวัฒน์ ซักถามว่า หากร่างกฎหมายนี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 2 ม.ค. ทำให้มีผลบังคับใช้วันที่ 3 ม.ค.ดังนั้นจะมีเวลาเพียงพอเพื่อตั้งกรรมการและให้กรรมการทำงานหรือไม่





